เล่มที่ 48
วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมีห้องรโหฐานงามโอฬาร ๗๐...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 516
เนื้อหา
วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมีห้องรโหฐานงามโอฬาร ๗๐๐ ห้อง ล้วน เสาแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดที่งดงาม ท่าน นั่งและดื่มกินในวิมานนั้น และพิณทิพย์ก็บรรเลง ไพเราะ มีกามคุณห้า มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีที่ แต่งองค์ด้วยทองฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมี วรรณะงามเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จ แก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน. ดูก่อนเทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถาม ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะ บุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมี ของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าได้จัดดอกไม้ที่เขาวางกันไว้ไม่เรียบร้อย ให้เรียบร้อย แล้ววางไว้ที่พระสถูปของพระสุคต จึง เป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พรั่งพร้อมไปด้วย กามทั้งหลายอันเป็นทิพย์ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึง มีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. จบสุนิกขิตตวิมาน จบภาณวารที่ ๔ อรรถกถาสุนิกขิตตวิมาน สุนิกขิตตวิมาน มีคาถาว่า อุจฺจมิทํ มณิถูณํ เป็นต้น. สุนิกขิตต- วิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ? พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะจาริกไปในเทวโลก ถึงสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ ขณะนั้นเทพบุตรองค์หนึ่งยืนอยู่ที่ประตูวิมานของตน เห็นท่าน พระมหาโมคคัลลานะเกิดความเคารพนับถือมาก เข้าไปหาแล้วไหว้ด้วย เบญจางคประดิษฐ์ ยืนประคองอัญชลีอยู่. เล่ากันมาว่า เทพบุตรนั้น ในอดีตกาล ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่ากัสสปะเสด็จดับขันธปรินิพพาน มหาชนได้สร้างพระสถูปทอง โยชน์หนึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์ บริษัท ๔ ได้พากัน เข้าไปบูชาพี่พระเจดีย์ด้วยของหอมดอกไม้และธูปเป็นต้นเสมอ ๆ เมื่อคน อื่น ๆ ไปบูชาด้วยดอกไม้ที่พระเจดีย์นั้น อุบาสกคนหนึ่งเห็นดอกไม้ที่ วางไว้ไม่เรียบร้อยในที่ที่คนทั้งหลายเหล่านั้นบูชา จึงจัดวางดอกไม้เหล่า นั้นอย่างเรียบร้อยทีเดียวในที่นั้นเอง ได้บูชาด้วยดอกไม้ซึ่งจัดอย่างวิเศษ เป็นส่วน ๆ มีสัณฐานน่าดูน่าเลื่อมใส ครั้นแล้วก็ยึดการบูชาด้วยดอกไม้ นั้นเป็นอารมณ์ ระลึกถึงพระคุณของพระศาสดา มีจิตเลื่อมใส ตั้งบุญ นั้นไว้ในหทัย. เวลาต่อมา อุบาสกนั้นทำกาละตายไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒ โยชน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยอานุภาพแห่งกรรมนั้นเอง เขาได้มีอานุภาพ มากและบริวารมาก. คำว่า ตสฺมึ ขเณ อญฺตโร เทปุตฺโต ฯ เป ฯ อฏฺาสิ ดังนี้ กล่าวหมายถึงเทพบุตรนั้น. ลำดับนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ถามถึงกรรมสุจริตที่เทพ- บุตรกระทำ โดยมุ่งประกาศสมบัติตามที่ได้ไว้ ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมี ห้องรโหฐานงามโอฬาร ๗๐๐ ห้อง ล้วนเสาแก้ว ไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดที่งดงาม ท่านนั่ง และดื่มกินในวิมานนั้น และพิณทิพย์ก็บรรเลงไพเราะ มีกามคุณห้า มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีที่แต่งองค์ ด้วยทองฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะ งามเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน. ดูก่อนเทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถาม ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะ บุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมี ของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. เทพบุตรนั้นได้กล่าวถึงกรรมที่ตนการทำแก่พระมหาโมคคัลลานเถระ นั้นด้วยคาถาหลายคาถา พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายเมื่อแสดงเรื่องนั้น กล่าวว่า เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าได้จัดดอกไม้ที่เขาวางกันไว้ไม่เรียบร้อย ให้เรียบร้อย แล้ววางไว้ที่พระสถูปของพระสุคต จึง เป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พรั่งพร้อมไปด้วย กามทั้งหลายอันเป็นทิพย์ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึง มีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดขึ้นแก่ ข้าพเจ้า. ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอ บอกท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าได้ทำบุญ ใดไว้ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง อย่างนี้ และรัศมีของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มาลํ ได้แก่ วางไว้ไม่ เรียบร้อย เพราะวางตามสะดวกใจ ไม่วางโดยจัดแต่งเป็นพิเศษมีวาง ติด ๆ กันเป็นต้น ในสถานที่กระทำการบูชาที่พระเจดีย์ อีกอย่างหนึ่ง ดอกไม้วางไว้ไม่เรียบร้อยเพราะถูกลมพัด. บทว่า สุนิกฺขิปิตฺวา ได้แก่ วางไว้เรียบร้อย คือวางให้น่าดูน่าเลื่อมใส โดยจัดแต่งเป็นพิเศษ. บทว่า ปติฏฺเปตฺวา ได้แก่ ให้ดอกไม้ตั้งอยู่อย่างวิเศษเป็นส่วน ๆ เป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นเนื้อความในที่นี้อย่างนี้ว่า เมื่อวางดอกไม้นั้น เพ่ง พระเจดีย์ของพระศาสดา ให้กุศลธรรมตั้งอยู่ในสันดานของเรา. คำที่ เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. จบอรรถกถาสุนิกขิตตวิมาน จบอรรถกถาสุนิกขิตตวรรคที่ ๗ ประดับด้วยเรื่อง ๑๑ เรื่อง ใน วิมานวัตถุ แห่งปรมัตถทีปนี อรรถกถาขุททกนิกาย ด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถาปุริสวิมาน รวมวิมานที่มีในวรรคนี้คือ ๑. จิตตลดาวิมาน ๒. นันทนวิมาน ๓. มณิถูณวิมาน ๔. สุวรรณ- วิมาน ๕. อัมพวิมาน ๖. โคปาลวิมาน ๗. กัณฐกวิมาน ๘. อเนก- วัณณวิมาน ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน ๑๐. เสริสสกวิมาน ๑๑. สุนิกขิตต- วิมาน และอรรถกถา. นิคมกถา คำท้ายเรื่อง ก็ด้วยกถาเพียงที่กล่าวมานี้ เทศนาอันใด อำนวยประโยชน์แก่โลกทั้งปวง เมื่อจะประกาศสมบัติมีวิมานเป็นต้น ของเทวดาทั้ง- หลาย และเหตุของวิมานนั้นแก่สัตว์ทั้งหลาย ย่อม ชี้ชัดถึงความที่บุญทั้งหลายแม้จำนวนเล็กน้อย ก็มี ผลโอฬารเพราะเจตนา [ ของทายก ] และพระ- ทักขิไณยบุคคลพรั่งพร้อม. พระธรรมสังคาหกาจารย์ ทั้งหลายผู้ฉลาดในกถาวัตถุ และรู้เรื่องอย่างดี ร่วม กันสังคายนา เทศนาใดไว้ว่า วิมานวัตถุ เพื่อจะ ประกาศความของวิมานวัตถุนั้น ข้าพเจ้าได้อาศัย นัยที่มาในอรรถกถาเก่า จึงเริ่มแต่งอรรถกถา ซึ่งมี ชื่อว่า ปรมัตถทีปนี เพราะประกาศปรมัตถ์อรรถ อย่างสูง ในวิมานวัตถุนั้น ตามสมควรในเรื่องนั้น ๆ อรรถกถาปรมัตถทีปนีนั้น มีบาลีจำนวน ๑๗ ภาณวาร มีวินิจฉัยอันไม่สับสน ก็จบลงแล้ว ดังนั้น ข้าพเจ้า ผู้แต่งอรรถกถาปรมัตถทีปนีนั้น ได้ประสบบุญอันใด ด้วยอานุภาพแห่งบุญอันนั้น ขอสัตว์ผู้มีเรือนร่างจง หยั่งรากมั่นคงลงสู่คำสั่งสอนของพระโลกนาถ ด้วย ข้อปฏิบัติมีศีลเป็นต้นอันบริสุทธิ์ จงเป็นภาคีมีส่วน แห่งวิมุตติรสกันหมดทุกตัวสัตว์เถิด. ขอศาสนาของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงดำรงยั่งยืนอยู่ในโลก ขอ หมู่ปราณสัตว์ทุกหมู่เหล่า จงมีความเคารพในศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นนิจเถิด ขอฝนจง ตกต้องตามฤดูกาล ขอพระราชาผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน ผู้แนบแน่นในพระสัทธรรม จงปกครองประชาชาว โลก โดยธรรม เทอญ. จบอรรถกถาขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ชื่อปรมัตถทีปนี ที่อาจารย์ ธรรมปาละผู้อยู่ในพทรติตถวิหารแต่งไว้ ด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถาวิมานวัตถุ
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน