เล่มที่ 48
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถาม แล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 472
เนื้อหา
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถาม แล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ เมื่อก่อนข้าพเจ้าได้เป็น สาวกของพระชินพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธ ข้าพ- เจ้าเป็นปุถุชน ยังมิได้ตรัสรู้ บวชอยู่ ๗ พรรษา เมื่อพระสุเมธชินพุทธเจ้าผู้ศาสดา ผู้ข้ามโอฆะได้ แล้วเป็นผู้คงที่ เสด็จปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้านั้นได้ ไหว้รัตนเจดีย์ที่คลุมด้วยข่ายทอง ทำใจให้เลื่อมใส ในพระสถูป ข้าพเจ้ามิได้ให้ทาน เพราะไม่มีวัตถุ ทานที่จะให้ แต่ข้าพเจ้าได้ชักชวนคนอื่น ๆ ให้ให้ ทานนั้นว่า ท่านทั้งหลายจงบูชาพระธาตุของพระ- พุทธเจ้าผู้ควรบูชานั้นเถิด ได้ยินว่า ท่านทั้งหลาย ละอัตภาพนี้แล้ว จักไปสวรรค์ด้วยอาการอย่างนี้ ข้าพเจ้าได้ทำกุศลกรรมอย่างนั้นแล จึงได้เสวยสุข อันเป็นทิพย์ด้วยตน และบันเทิงอยู่ในท่ามกลางหมู่ เทพชั้นไตรทศ ทั้งข้าพเจ้าก็ยังไม่สิ้นบุญนั้น. อเนกวัณณวิมาน มีคาถาว่า อเนกวณฺณํ ทรโสกนาสนํ เป็นต้น. อเนกวัณณวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ? พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวจาริกไปในเทวโลก ตามนัยที่ กล่าวแล้วในหนหลัง ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้งนั้น เทพบุตรผู้มี รัศมีมิใช่น้อย เห็นท่านพระมหาโมคคัลลานะนั้น เกิดความเคารพนับถือ มาก เข้าไปหาแล้วยืนประคองอัญชลีอยู่ พระเถระถามถึงกรรมที่เทพบุตร กระทำ ด้วยมุข คือ มุ่งประกาศสมบัติที่ได้แล้วว่า ท่านอันหมู่อัปสรแวดล้อม ขึ้นวิมานอันมี วรรณะมิใช่น้อย เป็นที่ระงับความกระวนกระวาย และความโศก วิจิตรมาก บันเทิงอยู่ ดุจท้าว สุนิมมิตเทวราช ผู้เป็นใหญ่ในเทวดา ไม่มีใคร เสมอเหมือน จะมีใครที่ไหนที่ยิ่งกว่าท่านทางยศ ทางบุญ และทางฤทธิ์ หมู่ทวยเทพชั้นไตรทศ ทั้งหลาย ชุมนุมกันก็ไหว้ท่าน ดุจเทวดาและมนุษย์ ทั้งหลายไหว้พระจันทร์ฉะนั้น และเทพอัปสรเหล่า นี้ ก็ฟ้อนรำ ขับร้อง บันเทิงอยู่รอบ ๆ ท่าน ท่าน เป็นผู้บรรลุเทพฤทธิ์ มีอานุภาพมาก ครั้งเกิดเป็น มนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่าน จึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน