เล่มที่ 48

พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยเศียรเกล้า

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 98


เนื้อหา

ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก กล่าวแก่ท่าน ดีฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญใด ไว้ เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. นางอุตตราเทพธิดา สั่งความท่านพระโมคคัลลานะว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านพึงถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยเศียรเกล้า ตาม คำของดีฉันว่าข้าแต่พระองค์เจริญ อุบาสิกาชื่อว่าอุตตรา ถวายบังคมพระ- บาทพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ไม่น่าอัศจรรย์ เลย ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า พึงพยากรณ์ดีฉันไว้ในสามัญญผลอันใดอันหนึ่ง เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ดีฉันไว้ในสกทาคามิผลแล้ว. ในคาถานั้น บทว่า อิสฺสา จ มจฺฉริยมาโน ปลาโส นาโหสิ มยฺหํ ฆรมาวสนฺติยา ความว่า ความริษยามีสมบัติของหญิงเหล่าอื่นผู้อยู่ ครองเรือนเป็นต้นเป็นอารมณ์ มีการริษยาสมบัติของผู้อื่นเป็นลักษณะ ๑ ความตระหนี่ มีลักษณะปกปิดสมบัติของตน เพราะไม่ประสงค์จะให้แก่ผู้ มาขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้จะเป็นการขอยืมเป็นต้นก็ดี ๑ ความตีเสมอ ซึ่ง มีการถือเป็นคู่แข่งกับผู้อื่น โดยตระกูลและประเทศเป็นต้น ๑ บาปธรรม แม้ทั้ง ๓ ดังกล่าวไม่มี ไม่เกิดขึ้นแก่ดีฉันผู้ครองเรือน ในเมื่อมีปัจจัย พร้อมแล้ว. บทว่า อกฺโกธนา ได้แก่ มีสภาพไม่โกรธเพราะพรั่งพร้อม ด้วยขันติ เมตตา และกรุณา. บทว่า ภตฺตุ วสานุวตฺตินี ได้แก่ มีปกติ อยู่ในอำนาจของสามี โดยความคล้อยตามสามีมีตื่นก่อนนอนหลัง เป็นต้น อธิบายว่า มีปกติประพฤติน่าพอใจ. บทว่า อุโปสเถ นิจฺจหมปฺปมตฺตา ได้แก่ ดีฉันไม่ประมาท คืออยู่ด้วยความไม่ประมาทเป็นนิจในอันรักษา อุโบสถศีล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน