เล่มที่ 48
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ด ฉัน อบอก แก่ท่าน ดีฉันครั้ง...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 56
เนื้อหา
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ด ฉัน อบอก แก่ท่าน ดีฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใด เพราะ บุญนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะ ของดีฉันจึงส่องสว่างไปทุกทิศ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุวณฺณจฺฉทนํ ได้แก่ ชื่อว่า ปิดทอง เพราะข้างในกำบังด้วยฝาทั้งสองข้าง อันทำด้วยทองสีแดงจำหลักฝาอย่าง วิจิตร และเพราะปิดข้างบนด้วยเครื่องประดับทำด้วยทอง โชติช่วงด้วย รัตนะต่าง ๆ. บทว่า นาวํ แปลว่า เรือ. จริงอยู่ เรือนั้น ชื่อว่า โปตะ เพราะข้ามไปจากฝั่งนี้สู่ฝั่งโน้น อนึ่ง ท่านเรียกว่านาวา เพราะนำสัตว์ไป. บทว่า นาริ เป็นคำอาลปนะ เรียก เทพธิดาองค์นั้น. ผู้ใด ย่อมพา ย่อมนำไป เหตุนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า นระ ผู้นำไป ได้แก่บุรุษผู้ชาย. เหมือน อย่างว่า สัตว์แรกเกิดโดยปกติ ย่อมนอนก่อน เหตุนั้น จึงเรียกกันว่า บุรุษ เพราะอรรถว่า เป็นผู้ประเสริฐโดยปกตินอกจากนี้ ฉันใด ที่เรียก ว่านระ ก็เพราะอรรถว่า นำไป ฉันนั้น. จริงอยู่ บุคคลแม้เป็นบุตร ผู้พี่ ก็ตั้งอยู่ในฐานะบิดา ฐานะมารดา ของพวกพี่สาวได้. จะป่วยกล่าว ไปไยถึงบุคคลผู้เป็นสามี. หญิงนั้นเป็นของนระ เหตุนั้น หญิงนั้น จึงชื่อว่า นารี. ก็ชื่อนี้เขาเรียกกันอย่างนั้น แม้ในผู้หญิงนอกนี้ โดยที่ ขยายความกันออกไปในพวกมนุษย์ผู้หญิง. บทว่า โอคาหสิ โปกฺขรณึ ความว่า ด้วยความยินดีในการอยู่ในน้ำ จึงเข้าไปยังสระทิพย์ ที่ได้ชื่อว่า โบกขรณี เพราะโดยมาก ในนั้น มีปทุมทิพย์ ที่เรียกกันว่าโปกขระ ในดอกไม้น้ำ ซึ่งทำด้วยรัตนะมากชนิดมีบัวแดง และบัวเขียวเป็นต้นอยู่. บทว่า ปทุมํ ฉินฺทสิ ปาณินา ความว่า ท่านหักด้วยมือของท่าน ก็เพราะ ประสงค์จะทำดอกบัวที่มีลีลาดังบัวทิพย์ ที่มีชั้นช่อและเกสรแห่งกลีบที่ทำ ด้วยทอง ให้มีก้านทำด้วยเงิน คู่กับใบที่ทำด้วยรัตนะ คือบุษราคัม.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน