เล่มที่ 48

ต่อมา สตรีผู้นั้น [ ตาย ] ก็ไปบังเกิดในวิมานทองสูงร้อยโยชน์ ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 45


เนื้อหา

ต่อมา สตรีผู้นั้น [ ตาย ] ก็ไปบังเกิดในวิมานทองสูงร้อยโยชน์ ณ ภพดาวดึงส์ มีอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร. และช้างตัวประเสริฐสูง ห้าโยชน์ ประดับด้วยมาลัยดอกปทุม งดงามด้วยกลีบ ช่อ และเกสร แห่งดอกปทุมโดยรอบ พิศดูปลื้มใจ มีสัมผัสอันสบาย ประดับด้วย อาภรณ์ทองรุ่งเรืองด้วยรัศมีข่ายประกอบรัตนะหลาก ๆ กัน ก็บังเกิดด้วย อำนาจความปรารถนาของนาง. บัลลังก์ทองโยชน์หนึ่ง ประกอบด้วย ความงามดียิ่ง ตามที่กล่าวแล้ว ก็บังเกิดเหนือช้างนั้น. นางกำลังเสวย ทิพยสมบัติ ก็ขึ้นบัลลังก์ที่วิจิตรด้วยรัตนะเบื้องบนกุญชรวิมานนั้น ใน ระหว่าง ๆ ไปยังสวนนันทนวัน ด้วยอานุภาพเทวดาอันยิ่งใหญ่ ครั้งนั้น เป็นวันมหรสพวันหนึ่ง เมื่อเทวดาทั้งหลายพากันไปสวนนันทนวัน เพื่อ เล่นการเล่นในสวน ตามอานุภาพทิพย์ของตน คำดังกล่าวมาเป็นต้น ทั้งหมด ก็เหมือนคำที่มาในอรรถกถาปฐมปีฐวิมาน. เพราะฉะนั้น พึงทราบตามนัยที่กล่าวมาแล้วในอรรถกถานั้นนั่นแล. ส่วนในกุญชร- วิมานนี้ พระเถระถามว่า ดูก่อนเทพธิดา ผู้มีดวงตากลมดังกลีบปทุม มีผิวพรรณะดังปทุม กุญชร พาหะเครื่องขับขี่อย่างดี ของท่าน สำเร็จด้วยรัตนะต่าง ๆ น่ารัก มีกำลัง พรั่งพร้อมด้วยความเร็ว [ ว่องไว ] ท่องไปในอากาศ ช้างทรงความรุ่งเรืองด้วยดอกปทุม และอุบล มีเนื้อ ตัวเกลื่อนกล่นด้วยเกสรปทุม สวมพวงมาลัยดอก ปทุมทอง ก็เดินทางที่เรียงรายด้วยดอกปทุม ประดับ ด้วยกลีบปทุมอยู่ ไม่กระเทือนวิมาน ย่างก้าวไป พอดี ๆ [ไม่เร็วนัก ไม่ช้านัก] เมื่อช่างกำลังย่าง ก้าว กระดิ่งทองก็มีเสียงไพเราะน่ารื่นรมย์ เสียง กังวานของกระดิ่งเหล่านั้น ได้ยินดังดนตรีเครื่องห้า.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน