เล่มที่ 47

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทรามความแก่กล้าแห่ง อินทรีย์ของพระปิงคิ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 772


เนื้อหา

(ในเวลาจบคาถานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทรามความแก่กล้าแห่ง อินทรีย์ของพระปิงคิยะและพราหมณ์พาวรีแล้ว ประทับอยู่ ณ นครสาวัตถี นั้นเอง ทรงเปล่งพระรัศมีดุจทองไปแล้ว พระปิงคิยะกำลังนั่งพรรณนา พระพุทธคุณแก่พราหมณ์พาวรีอยู่. ได้เห็นพระรัศมีและคิดว่า นี้อะไร เหลียวแลไป ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประหนึ่งประทับอยู่เบื้องหน้าตน จึง บอกแก่พราหมณ์พาวรีว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว พราหมณ์พาวรีได้ลุกจาก อาสนะประคองอัญชลียืนอยู่. แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแผ่พระรัศมี แสดงพระองค์แก่พราหมณ์พาวรี ทรงทราบธรรมเป็นที่สบายของพระปิงคิยะ และพราหมณ์พาวรีทั้งสองแล้ว เมื่อจะตรัสเรียกแต่พระปิงคิยะองค์เดียว จึง ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า) ดูก่อนปิงคิยะ พระวักกลิ พระ- ภัทราวุธะ และพระอาฬวีโคดม เป็นผู้มี ศรัทธาน้อมลงแล้ว (ได้บรรลุอรหัตด้วย ศรัทธาธุระ) ฉันใด แม้ท่านก็จงปล่อย ศรัทธาลง ฉันนั้น ดูก่อนปิงคิยะ เมื่อท่าน น้อมลงด้วยศรัทธา ปรารภวิปัสสนา โดยนัย เป็นต้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ก็จักถึง นิพพาน อันเป็นฝั่งโน้นแห่งวัฏฏะอันเป็น บ่วงแห่งมัจจุราช. พระปิงคิยะเมื่อจะประกาศความเลื่อมใสของตนจึงกราบทูลว่า ข้าพระองค์นี้ย่อมเลื่อมใสอย่างยิ่ง เพราะได้ฟังพระวาจาของพระองค์ผู้เป็นมุนี พระองค์มีกิเลสดุจหลังคาอันเปิดแล้ว ตรัสรู้ แล้วด้วยพระองค์เอง ไม่มีกิเลสดุจเสาเขื่อน ทรงมีปฏิภาณ ทรงทราบธรรมเป็นเหตุกล่าว ว่าประเสริฐยิ่ง ทรงทราบธรรมชาติทั้งปวง ทั้งเลวและประณีต ด้วยพระอภิญญา พระองค์เป็นศาสดาผู้กระทำที่สุดแห่งปัญหา ทั้งหลาย แก่เหล่าชนผู้มีความสงสัยปฏิญาณ อยู่ นิพพานอันกิเลสมีราคะเป็นต้นไม่พึง นำไปได้ เป็นธรรมไม่กำเริบ หาอุปมาใน ที่ไหน ๆ มิได้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน