เล่มที่ 47
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า ดูก่อนอุปสีวะ ท่านจงเป็นผู้...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 742
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า ดูก่อนอุปสีวะ ท่านจงเป็นผู้มีสติ เพ่งอากิญ- จัญญายตนสมาบัติ อาศัยอารมณ์ว่า ไม่มี ดังนี้แล้ว ข้ามห้วงน้ำคือกิเลสเสียเถิด ท่าน จงการละกามทั้งหลายเสีย เป็นผู้เว้นจากความ สงสัย เห็นธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหาให้ แจ่มแจ้งทั้งกลางวันกลางคืนเถิด. อุ. ผู้ใดปราศจากความกำหนัดยินดี ในกามทั้งปวงละสมาบัติอื่นเสีย อาศัยอากิญ- จัญญายตนสมาบัติ น้อมใจลงในสัญญา วิโมกข์ (คืออากิญจัญญายตนสมาบัติ ธรรม เปลื้องสัญญา) เป็นอย่างยิ่ง ผู้นั้นเป็นผู้ไม่ หวั่นไหว พึงตั้งอยู่ในอากิญจัญญายตน- พรหมโลกนั้นแลหรือ. พระ: ดูก่อนอุปสีวะ ผู้ใดปราศจาก ความกำหนัดยินดีในกามทั้งปวง ละสมาบัติ อื่นเสีย อาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติ น้อม- ใจลงในสัญญาวิโมกข์เป็นอย่างยิ่ง ผู้นั้นเป็น ผู้ไม่หวั่นไหวพึงตั้งอยู่ในอากิญจัญญายตน- พรหมโลกนั้น. อุ. ข้าแต่พระองค์ผู้มีสมันตจักษุ ถ้า ผู้นั้นเป็นผู้ไม่หวั่นไหว พึงตั้งอยู่ในอากิญ- จัญญายตนพรหมโลกนั้นสิ้นปีแม้มากไซร้ ผู้นั้นพึงพ้นจากทุกข์ต่าง ๆ ในอากิญจัญ- ญายตนพรหมโลกนั้นแหละ พึงเป็นผู้เยือก- เย็น หรือว่าวิญญาณของผู้เช่นนั้น พึงเกิด เพื่อถือปฏิสนธิอีก. พระ: ดูก่อนอุปสีวะ มุนีพ้นแล้วจาก นามกาย ย่อมถึงการตั้งอยู่ไม่ได้ ไม่ถึงการ นับ ฉันใด เปรียบเหมือนเปลวไฟ อัน กำลังลมพัดไปแล้ว ย่อมถึงการตั้งอยู่ไม่ได้ ไม่ถึงการนับ ฉันนั้น. อุ. ท่านผู้นั้นถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ท่านผู้นั้นไม่มี หรือว่าท่านผู้นั้นเป็นผู้ไม่มี โรค ด้วยความเป็นผู้เที่ยง ข้าแต่พระองค์ผู้ เป็นมุนี ขอพระองค์จงตรัสพยากรณ์ความ ข้อนั้นให้สำเร็จประโยชน์แก่ข้าพระองค์เถิด เพราะว่าธรรมนั้น พระองค์ทรงรู้แจ้งแล้ว ด้วยประการนั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน