เล่มที่ 47

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสชาดกแล้ว ท่านพระสารีบุตรเพื่อจะ ทูลถาม...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 699


เนื้อหา

บุรุษผู้มีปัญญาใด รู้ความของภาษิต แม้ผู้เดียวยังประเสริฐว่า บุรุษผู้ไม่มีปัญญา ผู้ไม่รู้ความของภาษิต แม้มากกว่า ๑,๐๐๐ คน เหล่านั้น ผู้มาประชุมกันคร่ำครวญอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี ดังนี้. ก็และเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสชาดกแล้ว ท่านพระสารีบุตรเพื่อจะ ทูลถามถึงเสนาสนะและโคจรเป็นที่สบาย และศีลพรตเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุ ๕๐๐ ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของตน จึงได้กล่าวคาถา ๘ คาถา เริ่มคาถาสรรเสริญ นี้ว่า น เม ทิฏฺโ€ อิโต ปุพฺเพ ข้าพระองค์ไม่ได้เห็นหรือไม่ได้ยินต่อใคร ๆ ในกาลก่อนแต่นี้เลย ดังนี้เป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแก้ความนั้น ได้ตรัสคาถาที่เหลือต่อจากนั้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า อิโต ปุพฺเพ ในกาลก่อนแต่นี้ คือ ในกาลก่อน แต่เสด็จลงที่สังกัสสนครนี้. บทว่า วคฺคุวโท คือมีพระวาจาไพเราะ. บทว่า ตุสิตา คณิมาคโต เสด็จมาแต่ชั้นดุสิตสู่หมู่คณะ คือ พระพุทธองค์เสด็จมา จากชั้นดุสิต เพราะทรงจุติจากชั้นดุสิตแล้วมาปฏิสนธิยังพระครรภ์พระมารดา. ที่ชื่อว่าคณี (หมู่คณะ) เพราะเป็นคณาจารย์ หรือเสด็จจากเทวโลกคือชั้นดุสิต เพราะนำความยินดีมาสู่หมู่คณะ หรือเสด็จจากชั้นดุสิตมาสู่หมู่คณะของพระ- อรหันต์ทั้งหลาย. พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่สองต่อไป. บทว่า สเทวกสฺส โลกสฺส ยถา ทิสฺสติ เหมือนปรากฏแก่โลกพร้อมทั้งเทวโลก คือเหมือนปรากฏแก่ มนุษย์ทั้งหลาย ดุจปรากฏแก่โลกพร้อมทั้งเทวโลก หรือปรากฏโดยความเป็น ของแท้ ปรากฏโดยความไม่วิปริต. บทว่า จกฺขุมา คือมีจักษุยอดเยี่ยม. บทว่า เอโก พระองค์ผู้เดียว คือพระองค์ผู้เดียวด้วยการนับเนื่องในบรรพชา เป็นต้น. บทว่า รตึ คือทรงยินดีในเนกขัมมะเป็นต้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน