เล่มที่ 47
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว มาคันทิยพราหมณ์ไม่เข้าใจ ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 635
เนื้อหา
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว มาคันทิยพราหมณ์ไม่เข้าใจ ข้อความ จึงกล่าวคาถาว่า โน เจ กิร ได้ยินว่าถ้าพระองค์ไม่ตรัสความ- บริสุทธิ์ด้วยการเห็นดังนี้เป็นต้น. ในคาถานั้น การเห็นเป็นต้นมีนัยดังกล่าวแล้ว มาคันทิยพราหมณ์ กล่าวแม้ในทั้งสองแห่งหมายถึงธรรมอันเป็นฝ่ายดำนั่นเอง. ท่านประกอบ อาห ศัพท์เข้ากับ โนเจกิร ศัพท์เป็น โน เจ กิร อาห แล้วพึงเห็นความ อย่างนี้ โน เจ กิร กเถสิ ได้ยินว่าถ้าพระองค์ไม่ตรัส ดังนี้. บทว่า โมมุหํ คือ ลุ่มหลงหรืองมงาย. บทว่า ปจฺเจนฺติ คือ รู้. พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงปฎิเสธคำถามอาศัยการเห็นนั้นของ มาคันทิยพราหมณ์จึงตรัสคาถาว่า ทิฏฺิญฺจ นิสฺสาย ก็ท่านอาศัยการเห็น กามอยู่บ่อย ๆ ดังนี้เป็นต้น. บทนั้นมีอธิบายดังต่อไปนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนมาคัน- ทิยพราหมณ์ท่านอาศัยการเห็นกามอยู่บ่อย ๆ ได้ถึงความหลงใหลไปในทิฏฐิที่ ท่านยึดมั่นแล้ว และท่านก็มิได้เห็นสัญญาแม้แต่น้อยจากความสงบภายในที่เรา กล่าวแล้ว หรือจากการปฏิบัติ หรือจากการแสดงธรรมด้วยเหตุนั้นท่านจึง เห็นธรรมนี้โดยความเป็นผู้งมงาย. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงถึงความโต้แย้งของมาคันทิย- พราหมณ์ผู้งมงายอยู่ในการเห็นที่ตนยึดมั่นอย่างนี้แล้ว บัดนี้เมื่อจะทรงแสดง ถึงความไม่โต้แย้งของพระองค์ผู้ปราศจากความงมงายในธรรมเหล่านั้นและใน ธรรมอื่นจึงตรัสคาถาว่า สโม วิเสสี เราเป็นผู้เสมอเขา วิเศษกว่าเขา ดังนี้ เป็นต้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน