เล่มที่ 47

ครั้งนั้น อสิตฤษี เพราะตนสามารถระลึกชาติในอดีตและอนาคตได้ ตล...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 525


เนื้อหา

ครั้งนั้น อสิตฤษี เพราะตนสามารถระลึกชาติในอดีตและอนาคตได้ ตลอด ๔๐ กัป จึงรำพึงว่า ทวยเทพเหล่านี้เคยเล่นนักษัตรอย่างนี้เหมือนใน กาลก่อนหรือหนอ เห็นเทพชนะสงครามระหว่างเทวดากับอสูร จึงกล่าวว่า ยทาปิ อาสิ อสุเรหิ ฯเปฯ โลมหํโส ความว่า แม้คราวใดได้ที่สงครามกับ พวกอสูร พวกเทวดาชนะ พวกอสูรแพ้ แม้คราวนั้นขนลุกพองเช่นนี้ก็มิได้ มี. บทว่า กิมพฺภูตํ ทฏฺฐุ มรู ปโมทิตา ความว่า วันนี้เทวดาทั้งหลาย ได้เห็นเหตุอะไรซึ่งไม่เคยมีมา จึงพากันเบิกบานอย่างนี้. พึงทราบวินิจฉัยใน คาถาที่ ๒ ดังนี้. บทว่า เสเฬนฺติ คือ เทวดา ทั้งหลายเปล่งเสียงชมเชย. ขับร้องหลายอย่าง ประโคมดนตรี ๖๘,๐๐๐ ชิ้น. บทว่า โผเฏนฺติ คือปรบมือ. บทว่า ปุจฺฉามิ โวหํ เราขอถามท่านทั้งหลาย คือ อสิตฤษีแม้สามารถจะรู้ได้ด้วยตนเอง ก็ถามเพราะประสงค์จะฟังคำของ พวกเทพเหล่านั้น. บทว่า เมรุมุทฺธวาสิเน คือ ผู้อยู่บนยอดเขาสิเนรุ. จริง อยู่ ณ พื้นชั้นล่างของของเขาสิเนรุมีอสุรภพประมาณ ๑๐,๐๐๐ โยชน์. ณ พื้น ชั้นกลางมีมหาทวีป ๔ มีทวีปน้อยประมาณ ๒,๐๐๐ เป็นบริวาร. ณ พื้นชั้นบน มีดาวดึงส์พิภพ ๑๐,๐๐๐ โยชน์. เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สิเนรุมุทฺธ- วาสิโน ผู้อยู่บนยอดเขาสิเนรุ. บทว่า มาริสา อสิตฤษีเรียกพวกเทวดา. ท่านอธิบายว่า เป็นผู้ไม่มีทุกข์ และไม่มีโรค.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน