เล่มที่ 47
ใดพิจารณากะเปาะฟอง (กรรม) ทั้งสิ้น คือ กะเปาะฟองที่เป็นของทิ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 392
เนื้อหา
ใดพิจารณากะเปาะฟอง (กรรม) ทั้งสิ้น คือ กะเปาะฟองที่เป็นของทิพย์ กะเปาะฟองของมนุษย์ และกะเปาะฟอง ของพรหมแล้ว เป็นผู้หลุดพ้นจากเครื่องผูก อันเป็นรากเหง้าแห่งกะเปาะฟองทั้งหมด ผู้คงที่ เห็นปานนั้น ผู้นั้นท่านผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวว่า เป็นผู้ฉลาด. ผู้ใดพิจารณาอายตยะทั้งสอง คือ อายตนะภายในและภายนอกแล้ว เป็นผู้มี ปัญญาอันบริสุทธิ์ ก้าวล่วงธรรมดำและ ธรรมขาวได้แล้ว ผู้คงที่เห็นปานนั้น ผู้นั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า เป็นบัณฑิต. ผู้ใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและของ สัตบุรุษในโลกทั้งปวง คือ ในภายในและ ภายนอก แล้วดำรงอยู่ ผู้นั้นอันเทวดาและ มนุษย์บูชา ล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องและข่าย คือตัณหาและทิฏฐิแล้ว ท่านผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวว่า เป็นมุนี. ลำดับนั้น สภิยปริพาชก ฯลฯ ได้ทูลถามปัญหาข้อต่อไปกะ พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า บัณฑิตกล่าวบุคคลผู้บรรลุอะไร ว่า ผู้ถึงเวท กล่าวบุคคลว่า ผู้รู้ตาม ด้วยอาการ อย่างไร กล่าวบุคคลว่า ผู้มีความเพียร ด้วย อาการอย่างไร และบุคคลผู้อันบัณฑิตกล่าวว่า เป็นผู้ชื่อว่า อาชาไนย ด้วยอาการอย่างไร ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์อันข้า พระองค์ทูลถามแล้ว ขอจงตรัสพยากรณ์แก่ ข้าพระองค์เถิด. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า ดูก่อนสภิยะ ใดพิจารณาเวททั้งสิ้น อันเป็น ของมีอยู่แห่งสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย ปราศจากความกำหนัดในเวทนาทั้งปวง ผู้นั้นล่วงเวททั้งหมดแล้ว บัณฑิตกล่าวว่า ผู้ ถึงเวท.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน