เล่มที่ 47

ผู้ใดวางเฉยในอารมณ์มีรูปเป็นต้น ทั้งหมด มีสติ ไม่เบียดเบียนส...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 390


เนื้อหา

ผู้ใดวางเฉยในอารมณ์มีรูปเป็นต้น ทั้งหมด มีสติ ไม่เบียดเบียนสัตว์ในโลก ทั้งปวง ข้ามโอฆะได้แล้ว เป็นผู้สงบ ไม่ ขุ่นมัว ไม่มีกิเลสเครื่องฟูขึ้น ผู้นั้นบัณฑิต กล่าวว่า ผู้สงบเสงี่ยม. ผู้ใดอบรมอินทรีย์แล้ว แทงตลอด โลกนี้และโลกอื่น ทั้งภายในทั้งภายนอกใน โลกทั้งปวง รอเวลาสิ้นชีวิตอยู่ อบรมตน แล้ว ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่า ผู้ฝึกตนแล้ว. ผู้พิจารณาทั้งสองอย่าง คือ จุติและ อุบัติ ตลอดกัปทั้งสิ้นแล้ว ปราศจากธุลี ไม่มีกิเลสเครื่องยียวน ผู้หมดจด ถึงความ สิ้นไปแห่งชาติ ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่า ผู้รู้. ลำดับนั้น สภิยปริพาชก ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้ มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจชื่นชม เบิกบาน เฟื่องฟู เกิดปีติโสมนัส ได้ทูลถาม ปัญหาข้อต่อไปกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า บัณฑิตกล่าวบุคคลผู้บรรลุอะไรว่า เป็นพราหมณ์ กล่าวบุคคลว่า เป็นสมณะ ด้วยอาการอย่างไร กล่าวบุคคลผู้ล้างบาป อย่างไร และอย่างไรบัณฑิตจึงกล่าวบุคคล ว่า เป็นนาค (ผู้ประเสริฐ) ข้าแต่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระองค์อันข้าพระองค์ทูลถาม แล้ว ขอจงตรัสพยากรณ์แก่ข้าพระองค์เถิด. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า ผู้ใดลอยบาปทั้งหมดแล้ว เป็นผู้ ปราศจากมลทิน มีจิตตั้งมั่นดี ดำรงตนมั่น ก้าวล่วงสงสารได้แล้ว เป็นผู้สำเร็จกิจ (เป็น ผู้บริบูรณ์ด้วยคุณมีศีลเป็นต้น) ผู้นั้นอัน ตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยแล้ว เป็นผู้คงที่ บัณฑิตกล่าวว่า เป็นพราหมณ์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน