เล่มที่ 47

บทว่า อตฺตนา อตฺตานํ นานุปสฺสติ ไม่พิจารณาเห็นตนโดย ความเป็น...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 370


เนื้อหา

บทว่า อตฺตนา อตฺตานํ นานุปสฺสติ ไม่พิจารณาเห็นตนโดย ความเป็นตน ความว่า พระตถาคตทรงเห็นแจ้งด้วยจิตสัมปยุตด้วยญาณไม่ทรง พิจารณาเห็นสิ่งอื่นที่ชื่อว่าตนในขันธ์ทั้งหลายของตน พิจารณาเห็นเพียงขันธ์ เท่านั้น ไม่พิจารณาเห็นตนโดยความเป็นตน เพราะไม่มีทิฏฐิเกิดขึ้นโดยความ เป็นของจริงแท้แก่พระตถาคตนั้นว่า เรารู้ชัดตนโดยความเป็นตนทีเดียว ย่อม พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายด้วยปัญญาโดยถ่องแท้. พระตถาคตมีจิตตั้งมั่นด้วย มรรคสมาธิ ทรงปฏิบัติตรงเพราะไม่มีความคดทางกายเป็นต้น ทรงดำรงตนมั่น เพราะไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรมทั้งหลาย ไม่มีความอยากไม่มีกิเลสดุจไม้อ้อ ไม่มีความสงสัย เพราะไม่มีความอยากอันได้แก่ตัณหา ไม่มีกิเลสดุจไม้อ้อ ทางจิต ๕ และเพราะไม่มีความสงสัยในสิ่งอันไม่ใช่ฐานะ ๘ อย่าง. บทว่า โมหนฺตรา ได้แก่ มีโมหะเป็นเหตุเป็นปัจจัย. บทนี้เป็นชื่อของกิเลสทุกชนิด. บทว่า สพฺเพสุ ธมฺเมสุ าณทสฺสี เห็นด้วยญาณในธรรมทั้งปวง ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งพระสัพพัญญุตญาณ ทรงเห็นญาณในธรรม ทั้งปวง ทรงทำให้แจ้งว่า เราบรรลุแล้ว ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า สพฺเพสุ ธมฺเมสุ จ าณทสฺสี ดังนี้. บทว่า สมฺโพธึ ได้แก่ พระอรหัต. บทว่า อนุตฺตรํ ยอดเยี่ยม คือ สัมโพธิญาณไม่ทั่วไปด้วย พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลาย. บทว่า สิวํ ได้แก่ เกษม ไม่มี อันตรายหรือมีสิริ. บทว่า ยกฺขสฺส ได้แก่ บุรุษ. บทว่า สุทธิ ได้แก่ ความผ่องแผ้ว. ก็ในบทว่า สุทฺธิ นี้ ได้แก่ ไม่มีโทษทุกชนิด เพราะไม่มี โมหะเป็นเหตุเป็นปัจจัย ด้วยบทว่า สุทฺธิ นั้น พระตถาคตตัดเหตุได้เด็ดขาด ทรงสรีระไว้ในชาติสุดท้าย มีคุณธรรมทั้งปวงเพราะเห็นได้ด้วยญาณ ด้วย บทนั้นท่านจึงกล่าวว่า อนุตฺตรํ สมฺโพธึ พระตถาคตบรรลุสัมโพธิญาณ ที่ยอดเยี่ยม ต่อจากนั้นจะไม่มีสิ่งควรละหรือสิ่งควรบรรลุ เพราะเหตุนั้นพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เอตฺตาวตา ยกฺขสฺส สุทฺธิ ความบริสุทธิ์ของ บุรุษย่อมมีด้วยเหตุเพียงเท่านี้. เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว พราหมณ์เมื่อจะทำอาการเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ยิ่ง ๆ ในรูปจึงทูลว่า หุตญฺจ มยฺหํ ก็การบูชาของข้าพระองค์ดังนี้เป็นต้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน