เล่มที่ 47

บทว่า ธมฺเมสุ วสี ได้แก่ เป็นผู้ถึงความชำนาญในธรรม คืออริยสั...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 296


เนื้อหา

บทว่า สํสุทธฺชิโน ได้แก่ เป็นผู้ชนะกิเลสด้วยอรหัตมรรคอัน หมดจดแล้ว. บทว่า วิวฏจฺฉโท คือเป็นผู้มีกิเลสดังหลังคาคือราคะโทสะและ โมหะเปิดแล้ว. บทว่า ธมฺเมสุ วสี ได้แก่ เป็นผู้ถึงความชำนาญในธรรม คืออริยสัจสี่. ธรรมเหล่านั้นอันใคร ๆ ไม่สามารถทำผู้ที่รู้อย่างนั้นให้เป็นผู้ ไม่รู้ได้. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงเรียกพระขีณาสพว่าเป็นผู้ชำนาญในธรรมทั้งหลาย. บทว่า ปารคู ได้แก่ ถึงนิพพานซึ่งท่านเรียกว่าปาระ (ฝั่ง). อธิบายว่า บรรลุด้วยสอุปาทิเสสนิพพาน. บทว่า อเนโช คือเป็นผู้ไม่หวั่นไหว เพราะ ปราศจากตัณหาแล้ว. บทว่า สงฺขารนิโรธาณกุสโล ต่อนิพพานท่าน เรียกว่า ดับสังขาร ความรู้ในนิพพานนั้นคืออริยมรรคปัญญา เป็นผู้ฉลาดใน อริยมรรคปัญญานั้น. ท่านอธิบายว่า ชื่อว่าเป็นผู้ฉลาดเพราะเจริญแล้วสี่ครั้ง. บทว่า อตีเตสุ ได้แก่ ในเบญจขันธ์ที่ถึงความเป็นไปแล้วล่วงไป. บทว่า อนาคเตสุ ได้แก่ ในเบญจขันธ์ที่ยังไม่ถึงความเป็นไปนั่นเอง. บทว่า กปฺปาตีโต คือล่วงกำหนดว่าเราว่าของเรา หรือล่วงความกำหนดด้วยตัณหา และทิฏฐิ แม้ทั้งหมด. บทว่า อติจฺจสุทธิปญฺโ คือมีปัญญาบริสุทธิ์ก้าว ล่วงแล้ว. ก้าวล่วงอะไร ก้าวล่วงกาลทั้ง ๓. จริงอยู่ พระอรหันต์ก้าวล่วงกาลที่เป็นอดีตคืออวิชชาและสังขาร กาล ที่เป็นอนาคตคือชาติชรามรณะ และกาลที่เป็นปัจจุบันอันเป็นที่สุดแห่งภพมี วิญญาณเป็นต้นแม้ทั้งหมด ล่วงพ้นความสงสัย เป็นผู้มีปัญญาถึงความบริสุทธิ์ อย่างยิ่ง ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า อติจฺจสุทฺธิปญฺโ ผู้มีปัญญาบริสุทธิ์ ล่วงพ้นกาลทั้ง ๓. บทว่า สพฺพายตเนหิ คือ จากอายตนะ ๑๒. บทว่า วิปฺป- มุตฺโต ความว่า จริงอยู่พระอรหันต์เป็นผู้ล่วงกำหนดอย่างนี้ ไม่เข้าถึงอายตนะ ไร ๆ ต่อไป เพราะล่วงกำหนดแล้วแล. เพราะมีปัญญาบริสุทธิ์ก้าวล่วงแล้ว. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สพฺพายตเนหิ วิปฺปมุตฺโต หลุดพ้นแล้วจาก อายตนะทั้งปวง.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน