เล่มที่ 47
บุคคลไม่ยังธรรมให้แจ่มแจ้งแล้ว ไม่ใคร่ครวญเนื้อความในสำ
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 218
เนื้อหา
บุคคลไม่ยังธรรมให้แจ่มแจ้งแล้ว ไม่ใคร่ครวญเนื้อความในสำนักแห่งบุคคล ผู้เป็นพหูสูตทั้งหลาย ไม่รู้ด้วยตนเอง ยัง ข้ามความสงสัยไม่ได้ จะสามารถให้ผู้อื่น เพ่งพินิจได้อย่างไร. เหมือนคนข้ามแม่น้ำที่มีน้ำมาก มี กระแสไหลเชี่ยว ถูกน้ำพัดลอยไปตามกระ แสน้ำ จะสามารถช่วยให้ผู้อื่นข้ามได้อย่าง ไร ฉะนั้น. ผู้ใดขึ้นสู่เรือที่มั่นคง มีพายและถ่อ พร้อมมูล ผู้นั้นรู้อุบายในเรือนั้น เป็นผู้ ฉลาด มีสติ พึงช่วยผู้อื่นแม้จำนวนมากใน เรือนั้น ให้ข้ามได้ แม้ฉันใด ผู้ใดไปด้วยมรรคญาณทั้ง ๔ อบรม ตนแล้ว เป็นพหูสูต ไม่มีความหวั่นไหว เป็นธรรมดา ผู้นั้นแลรู้ชัดอยู่ พึงยังผู้อื่นผู้ตั้ง ใจสดับและสมบูรณ์ด้วยธรรมอันเป็นอุปนิสัย ให้เพ่งพินิจได้ ฉันนั้น. เพราะเหตุนั้นแล บุคคลควรคบ สัปบุรุษผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต บุคคลผู้คบ บุคคลเช่นนั้น รู้ชัดเนื้อความแล้ว ปฏิบัติ อยู่ รู้แจ้งธรรมแล้ว พึงได้ความสุข. ธรรมสูตร มีคำเริ่มต้นว่า ยสฺมา หิ ธมฺมํ ดังนี้. พระสูตรนี้ท่านเรียกว่า นาถสูตร ก็มี. ถามว่า พระสูตรนี้มีการเกิดขึ้นเป็นอย่างไร ? ตอบว่า ก็พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสปรารภพระสารีบุตรผู้มี อายุ นี่คือความสังเขปในพระสูตรนี้ ส่วนความพิสดารพึงทราบจำเดิมแต่กาล ที่พระอัครสาวกทั้งสองอุบัติขึ้น คือ ดังได้สดับมา เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่ทรงอุบัติขึ้น พระอัคร- สาวกทั้งสองบำเพ็ญบารมีอยู่ ๑ อสงไขยกับแสนกัป แล้วบังเกิดในเทวโลก บรรดาอัครสาวกทั้ง ๒ นั้น ท่านแรก (พระสารีบุตร) เคลื่อนจากเทวโลกแล้ว ก็ถือปฏิสนธิในครรภ์ของนางพราหมณีชื่อว่า รูปสารี แห่งพราหมณ์ผู้เป็นนาย บ้านซึ่งมีทรัพย์ถึง ๕๖๐ โกฏิ ในบ้านอันเป็นที่อยู่อาศัยของพวกพราหมณ์ ชื่อว่า อุปติสสคาม อันอยู่ไม่ไกลจากกรุงราชคฤห์. ท่านที่สอง (พระ- โมคคัลลานะ) ถือปฏิสนธิในท้องของนางพราหมณีชื่อว่า โมคคัลลานี แห่ง ท่านพราหมณ์ผู้เป็นนายบ้าน ซึ่งมีทรัพย์จำนวน ๕๖๐ โกฎิ เช่นกัน ณ บ้าน ที่อยู่อาศัยของพวกพราหมณ์ชื่อ โกลิตคาม ในที่ไม่ไกลจากกรุงราชคฤห์นั้น เช่นกัน (โดยถือปฏิสนธิ) ในวันนั้นนั่นเอง.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน