เล่มที่ 45
ถามว่า ก็ความหมายว่าย่อยยับไป หักพังไป ย่อมมีอยู่ในขันธ์ ๕ โ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 628
เนื้อหา
ถามว่า ก็ความหมายว่าย่อยยับไป หักพังไป ย่อมมีอยู่ในขันธ์ ๕ โดย ไม่แปลกกัน ไม่ใช่หรือ ? ตอบว่า มีอยู่จริง แต่สิ่งใดที่ยึดถือไว้ว่า จะไม่ ย่อยยับไป สิ่งนั้นหาเป็นอย่างนั้นไม่ ย่อมย่อยยับหักพังไป โดยส่วนเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น สภาพนั้นจึงชื่อว่าโลก. โลกศัพท์ พึงทราบว่า กำหนดลงไป แน่นอนแล้วในอุปาทานขันธ์ทั้งหลายเท่านั้น . เพราะเหตุนั้น คำว่า โลก จึงเป็นทุกขสัจเท่านั้น. แม้ผิว่า เนื้อความแห่งตถาคตศัพท์ ข้าพเจ้าได้จำแนก ไว้แล้ว โดยนัยต่าง ๆ อย่างพิสดาร ในตถาคตสูตร ในเบื้องหลังไซร้ ถึง อย่างนั้น ในที่นี้ก็จะมีการขยายความให้ชัด โดยมุขคือการพรรณนาเนื้อความ ของพระบาลี ดังต่อไปนี้. บทว่า อภิสมฺพุทฺโธ ความว่า ก่อนอื่นโดยไม่แปลกกัน ตามการ จำเเนกที่ได้กล่าวไว้แล้ว แต่ตอนก่อนว่า อภิญฺเยฺยโต (โดยธรรมที่ควรรู้ยิ่ง) ปริญฺเยฺยโต (โดยธรรมที่ควรกำหนดรู้) หรือโดยการจำแนกเป็นกุศลและ อกุศลเป็นต้น ที่แยกออกเป็นอาสยกิเลส อนุสยกิเลส จริยาและอธิมุตติเป็นต้น ก็หรือว่า โดยแปลกกันที่แยกเป็นประมาณแห่งวรรณะ (สี) และสัณฐาน เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้คือทรงทราบ ได้แก่ทรงกระทำประโยชน์ ที่คนทั้งหลายพึงรู้โดยประการใด ๆ ให้ประจักษ์แก่พระองค์ โดยประการนั้นๆ โดยชอบคือไม่ผิดพลาด ด้วยสยัมภูญาณที่ยิ่งยวด มีอาทิว่า ผู้นี้มีอาสยะยั่งยืน (อัธยาศัยเป็นสัสตะ) ผู้นี้มีอาสยะขาดสูญ (อัธยาศัยเป็นอุจเฉทะ) และมีอาทิว่า ปฐวีธาตุ มีลักษณะแข้นแข็ง อาโปธาตุ มีลักษณะไหลไป เพราะฉะนั้น จึง ทรงพระนามว่า อภิสัมพุทธะ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน