เล่มที่ 45
และเท้า เป็นต้นนี้ อนึ่ง ภิกษุพิจารณาโดยชอบ ซึ่งความเกิดขึ้น...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 611
เนื้อหา
ภิกษุเพียรอยู่ พึงเดิน ยืน นั่ง นอน คู้เข้า เหยียดออก ซึ่งอวัยวะมีมือและเท้า เป็นต้นนี้ อนึ่ง ภิกษุพิจารณาโดยชอบ ซึ่งความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปแห่ง ธรรมขันธ์ ในเบื้องบน เบื้องขวาง เบื้องต่ำ จนตลอดภูมิเป็นที่ไปแห่งสัตว์ผู้สัญจรไป บนแผ่นดิน พระอริยเจ้าทั้งหลาย มีพระ- พุทธเจ้าเป็นต้น ได้กล่าวภิกษุผู้มีปกติ อยู่อย่างนั้น มีความเพียร มีความประพฤติ สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน มีญาณทัศนวิสุทธิสมควร แก่ธรรมเป็นเครื่องสงบใจ ศึกษาอยู่ มีสติ ทุกเมื่ออย่างนั้นว่า เป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว ตลอดกาลเป็นนิตย์. จบสัมปันนสูตรที่ ๑๒ อรรถกถาสัมปันนสูตร ในสัมปันนสูตรที่ ๑๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ในบทว่า สมฺปนฺนสีลา นี้ สมฺปนฺนํ สมบูรณ์ มี ๓ อย่าง คือ เต็มบริบูรณ์ ๑ พรั่งพร้อม ๑ หวานอร่อย ๑. บรรดาสัมปันนศัพท์ทั้ง ๓ อย่างนั้น สัมปันนศัพท์ที่มีความหมายว่า เต็มบริบูรณ์ เช่นในประโยคนี้ว่า ข้าแต่ท่านท้าวโกสีย์ นกแขกเต้า ทั้งหลาย พากันจิกกินรวงข้าวสาลีที่ (มี เมล็ด) เต็มบริบูรณ์ ข่าแต่ท่านท้าวพระ- พรหม ข้าพเจ้าขอประกาศให้ท่านทราบ ข้าพเจ้าไม่สามารถจะห้ามพวกมันได้. สัมปันนศัพท์ที่มีความหมายว่า พรั่งพร้อม เช่นในประโยคนี้ว่า ภิกษุ เป็นผู้เข้าถึง เข้าถึงพร้อม เข้าไปใกล้ เข้าไปใกล้ชิด พรั่งพร้อมประกอบด้วย ปาติโมกขสังวรนี้. สัมปันนศัพท์ที่มีความหมายว่า หวานอร่อย เช่นในประโยค นี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พื้นล่างมหาปฐพีนี้มีรสอร่อย เป็นสิ่งที่ชอบใจ เหมือนน้ำผึ้งหวานที่ไม่มีโทษ. แต่ในที่นี้ สัมปันนศัพท์เหมาะในความหมาย ว่า เต็มบริบูรณ์บ้าง ในความหมายว่า พรั่งพร้อมบ้าง. เพราะฉะนั้น พึง ทราบเนื้อความในที่นี้อย่างนี้ว่า บทว่า สมฺปนฺนสีลา ได้แก่ เป็นผู้มีศีล บริบูรณ์บ้าง เป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยศีลบ้าง. บรรดาความหมายทั้ง ๒ อย่างนั้น ตามความหมายนี้ว่า มีศีลบริบูรณ์แล้ว มีอธิบายว่า ศีลชื่อว่าเป็นศีลสมบูรณ์ แล้ว เหมือนความบริบูรณ์ของนา เพราะปราศจากโทษของนา (วัชพืช). ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า ความบริบูรณ์ของศีล พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ เพราะปราศจากโทษของศีล เหมือนความบริบูรณ์ของนา เพราะ ปราศจากโทษของนา (วัชพืช). ส่วนตามความหมายนี้ว่า เป็นผู้พรั่งพร้อม ด้วยศีล มีพุทธาธิบายไว้ว่า เธอทั้งหลายจงเป็นผู้พรั่งพร้อม ถึงการรวมลง เป็นผู้ประกอบด้วยศีลอยู่เถิด. ในจำนวน ๒ อย่างนั้น ความเป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ มีได้ด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยการเห็นโทษของศีลวิบัติ ๑ ด้วยการเห็น อานิสงส์ของศีลสมบัติ ๑. โทษ และอานิสงส์ทั้ง ๒ อย่างนั้น พึงทราบตามนัย ที่ได้กล่าวไว้แล้ว ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค คำใดที่ข้าพเจ้าควรจะกล่าวในที่นี้ โดยนัยมีอาทิว่า บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทเพียงเท่านี้ว่า ผู้มีศีลสมบูรณ์แล้ว ได้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นจะทรงแสดงปาริสุทธศีล ๔ จึงทรง แสดงศีลที่เป็นหลักไว้ด้วยคำนี้ว่า เป็นผู้สำรวมแล้วด้วยปาฏิโมกขสังวร. คำนั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ในหนหลังนั้นแล้ว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน