เล่มที่ 45

ความว่า พระอริยบุคคลทั้งหลาย ชื่อว่า เกิดจากพระโอษฐ์ เพราะเก...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 555


เนื้อหา

บทว่า มุขโต ชาตา ความว่า พระอริยบุคคลทั้งหลาย ชื่อว่า เกิดจากพระโอษฐ์ เพราะเกิดในอริยชาติ ด้วยพระธรรมเทศนาที่เกิดจาก พระโอษฐ์. อนึ่ง พระอริยบุคคลทั้งหลาย เกิดแล้วโดยอริยมรรคชาติจาก ปากทางแห่งกุศลธรรมทั้งหมด คือปาฏิโมกข์ที่ไม่ทั่วไปกับธรรมอื่น หรือจาก วิโมกขมุข กล่าวคือวิปัสสนาอันเป็นเหตุให้ถึงการออกไป(วุฏฐานคามินีวิปัสสนา) เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า เกิดจากพระโอษฐ์. พระอริยบุคคลทั้งหลาย ชื่อว่า เกิดในธรรม เพราะว่า เกิดในศาสนธรรม หรือในธรรมคืออริยมรรค ซึ่ง ประมวลไตรสิกขาไว้. พระอริยบุคคลทั้งหลาย ชื่อว่า อันธรรมเนรมิต เพราะ หมายความว่า อันธรรมนั้นนั่นเอง นิรมิตคือสร้างแล้ว. พระอริยบุคคล ทั้งหลาย เป็นทายาททางธรรมมีสติและธรรมวิจยะเป็นต้น ไม่ใช่เป็นทายาท- ทางอามิสมีลาภและสักการะเป็นต้น. อธิบายว่า เป็นธรรมทายาท ไม่ใช่เป็น อามิสทายาทเลย. ธรรมในบทว่า ธมฺมทายาทา โน อามิสทายาทาเยว นั้นมี ๒ อย่าง คือ นิปปริยายธรรม (ธรรมโดยตรง) ๑ ปริยายธรรม (ธรรมโดยอ้อม) ๑ แม้อามิสก็มี ๒ อย่าง คือ นิปปริยายอามิส (อามิสโดยตรง) ๑ ปริยายอามิส (อามิสโดยอ้อม) ๑. มีอธิบายอย่างไร ? มีอธิบายว่า โลกุตรธรรม ๙ อย่าง แยกประเภทเป็นมรรค (๔) ผล (๔) นิพพาน (๑) จัดเป็นนิปปริยาย- ธรรมโดยแท้ หาจัดเป็นธรรมโดยปริยาย คือ โดยเหตุหรือโดยเลศอะไรๆ ไม่ ส่วนกุศลที่เข้าไปอาศัยวิวัฏฏะนี้ใด คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อปรารถนา วิวัฏฏะ จึงให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม ทำการบูชาพระศาสดาด้วย ของหอมและพวงมาลัยเป็นต้น ฟังธรรม แสดงธรรม ทำฌานสมาบัติให้บังเกิด เขาเมื่อทำอยู่อย่างนี้ย่อมได้นิปปริยายธรรม คือ อมตนิพพานโดยลำดับ กุศลนี้ ชื่อว่า ปริยายธรรม. อนึ่ง ปัจจัย ๔ มีจีวรเป็นต้น ชื่อว่า นิปปริยายอามิส เหมือนกัน หาใช่เป็นอามิสโดยปริยาย คือ โดยเหตุหรือโดยเลศอย่างอื่นไม่. ส่วนกุศลที่เป็นเหตุให้ถึงวัฏฏะนี้ใด คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อปรารถนา วัฏฏะต้องการภพที่พร้อมด้วยสมบัติจึงให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้บังเกิด เขา เมื่อทำอยู่อย่างนี้ ก็ได้สมบัติของเทวดาและมนุษย์ตามลำดับ กุศลนี้ชื่อว่า ปริยายอามิส.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน