เล่มที่ 45
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ผลกล้วยแล ฆ่าต้นกล้วย ขุยไผ่ ฆ่...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 430
เนื้อหา
ในเรื่องนี้ควรนำเรื่องพระเทวทัตเป็นต้นที่ถูกสักการะครอบงำมาแสดง (เป็นตัวอย่าง). สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ผลกล้วยแล ฆ่าต้นกล้วย ขุยไผ่ ฆ่าต้นไผ่ สักการะฆ่าคนชั่ว เหมือนลูก ม้า ฆ่าแม้ม้า อัสดร ดังนี้. ควรนำเรื่องพระเจ้ากรุงทัณฑกี พระเจ้ากรุงกาลิงคะ และพระเจ้ากรุงเมชฌะ เป็นต้น มาแสดง (เป็นตัวอย่าง). สมดังคำที่สังกัจจฤาษีกล่าวไว้ว่า เพราะ พระเจ้าทัณฑกี ทรงโปรย ธุลีใส่ กีสวัจฉฤาษี (ผู้หาธุลีมิได้) พระ- องค์พร้อมด้วยประชาชน และแว่นแคว้น (จึงถึงความพินาศ) เหมือนไม้ที่รากขาด แล้ว หมกไหม้อยู่ในกุกกุฬนรก ประกาย ไฟตกถูกต้องพระกายของพระองค์. อนึ่ง พระเจ้ากาลิงคะ ได้ล่วงเกิน บรรพชิตผู้สำรวมแล้ว ผู้สอนธรรม ผู้เป็น สมณะผู้ไม่ประทุษร้าย สุนัขทั้งหลายจึง รุนกัดพระเจ้ากาลิงคะนั้นผู้ทรงกลิ้งไปมา อยู่ เหมือนผลมะพร้าว. พระเจ้าเมชฌะคิดประทุษร้ายในมา- ตังคฤาษี ผู้เรืองยศสรัฐมณฑลของพระเจ้า เมชฌะ พร้อมด้วยบริษัท ก็ได้สูญสิ้นไป ในครั้งนั้น ดังนี้. อัญญเดียรดีย์ทั้งหลาย มีนิครนถนาฏบุตรเป็นต้น ผู้ถูกทั้งสักการะ และอสักการะครอบงำ ก็ควรนำมาแสดงด้วย. พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายต่อไป บทว่า อุภยํ ได้แก่ทั้งสักการะ และอสักการะทั้งสองอย่าง. บทว่า สมาธิ น วิกมฺปติ ความว่า สมาธิย่อม ไม่หวั่นไหว คือมีสภาพเป็นเอกนั่นแหละตั้งอยู่. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท (เพื่อจะทรงแก้คำถาม) ว่า ก็สมาธิของใครเล่า ไม่หวั่นไหว ? อธิบายว่า ของผู้ชื่อว่ามีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท คือเป็น พระอรหันต์ เพราะละธรรมที่เป็นเหตุแห่งความประมาท มีราคะเป็นต้นได้ ด้วยดี ด้วยว่า ท่านไม่หวั่นไหว เพราะโลกธรรมทั้งหลาย. บทว่า สุขุม- ทิฏฺิวิปสฺสกํ ความว่า ผู้ชื่อว่าเห็นแจ้งด้วยทิฏฐิอันสุขุม เพราะมีความเห็น แจ้งที่เป็นไปแล้วเนือง ๆ ด้วยทิฏฐิ คือปัญญาอันสุขุม เหตุได้บรรลุผลสมาบัติ. บทว่า อุปาทานกฺขยารามํ ความว่า ผู้ชื่อว่า มีความสิ้นอุปาทานเป็นที่มา ยินดี เพราะมีอรหัตผลอันเป็นที่สิ้นไป คือเป็นที่สิ้นสุด แห่งอุปาทานทั้ง ๔ ที่ตนจะต้องยินดี. คำที่เหลือ มีนัยดังกล่าวแล้วทั้งนั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน