เล่มที่ 45

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสถึงวาระแห่ง การพิจารณา (สัมมัสสนญาณ) ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 415


เนื้อหา

ด้วยประการดังที่พรรณนามานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสถึงวาระแห่ง การพิจารณา (สัมมัสสนญาณ) ตามอัธยาศัย แห่งบุคคลผู้รู้อย่างนั้น โดยมุข คือ อนิจจานุปัสสนา และทุกขาวิปัสสนา ทรงแยกรูปธรรมและวิญญาณออก จากกัน แล้วทรงรวมธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ แม้ทั้งหมดเข้าเป็นอันเดียวกัน โดยทรงจำแนกออกเป็นอุปธิอีก เพราะบรรดาลักษณะทั้ง ๓ นี้ อนิจจลักษณะ เห็นได้ง่าย. ก็ในบรรดาลักษณะทั้ง ๓ นี้ ลักษณะ ๒ อย่างเท่านั้น มีมาใน พระบาลี ก็จริง ถึงกระนั้น โดยพระบาลีว่า สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา พึงเข้าใจว่า แม้อนัตตลักษณะ พระองค์ก็ทรงแสดงไว้แล้ว เหมือนกันด้วย ทุกขลักษณะนั่นเอง. พึงทราบวินิจฉัยในพระคาถาดังต่อไปนี้ บทว่า อุปธีสุ ภยํ ทิสฺวา ความว่า เห็นภัยในอุปธิทั้ง ๓ ด้วยสามารถแห่งภยตูปัฏฐานญาณ คือเห็นความ ที่อุปธิเหล่านั้นเป็นของน่ากลัว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงวิปัสสนาที่มี กำลังไว้ ด้วยบทว่า อุปธีสุ ภยํ ทิสฺวา นี้. เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง จำแนกภยตูปัฏฐานญาณนั่นแหละออกไปแล้ว ตรัสวิปัสสนาที่มีกำลัง เป็น อาทีนวานุปัสสนา ๑ นิพพิทานุปัสสนา ๑ โดยเป็นญาณที่แปลกกัน. บทว่า ชาติมรณมจฺจคา ความว่า ภิกษุพิจารณาอย่างนี้อยู่ จะสืบต่อวิปัสสนาญาณ ด้วยมรรค แล้วจะบรรลุอรหัตผล ต่อจากมรรคนั้นไป ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ล่วงพ้น ชาติ และมรณะได้ล่วงพ้นได้อย่างไร ? บทว่า สมฺปตฺวา ปรมํ สนฺตึ ความว่า เพราะบรรลุสันติธรรม อันยอดยิ่งคือสูงสุด ได้แก่ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า คือพระนิพพานอันเป็นที่ระงับสังขารทั้งมวล และภิกษุนั้นเป็นอย่างนี้. บทว่า กาลํ กงฺขติ ภาวิตตฺโต ความว่า ภิกษุชื่อว่า มีตนอบรมแล้ว เพราะความเป็นผู้มีกายอันอบรมแล้วด้วยศีล สมาธิ และปัญญา เหตุที่สำเร็จ การบรรลุภาวนา ด้วยสามารถแห่งอริยมรรค ๔ ไม่อาลัยถึงความตาย และ ความเป็นอยู่ ย่อมจำนงหวัง คือเล็งเห็นกาลกิริยา ด้วยขันธปรินิพพานของตน ถ่ายเดียว. เธอไม่มีความปรารถนาในอะไร ๆ ดังนี้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มี- พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เราตถาคตไม่คำนึงถึงความตาย ไม่ คำนึงถึงชีวิต มุ่งแต่กาลกิริยา (ขันธ- ปรินพพาน) อย่างเดียว เหมือนลูกจ้าง มุ่งแต่ค่าจ้างเท่านั้น ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน