เล่มที่ 45

ในข้อนี้มีผู้กล่าวท้วงว่า ในเมื่อสังขารทั้งหลายมีการดับอยู่ท...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 389


เนื้อหา

ในข้อนี้มีผู้กล่าวท้วงว่า ในเมื่อสังขารทั้งหลายมีการดับอยู่ทุก ๆ ขณะ เป็นสภาพ ใครเล่าเป็นผู้ฆ่า หรือใครถูกฆ่า ถ้าความสืบต่อแห่งจิตและเจตสิก มีอยู่ ความสืบต่อแห่งจิตและเจตสิกนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะหวั่นไหวได้ ทั้งใคร ๆ ก็ให้หวั่นไหวไม่ได้ ด้วยสามารถแห่งการสับและการทุบเป็นต้น เพราะไม่มีรูปร่างไซร้ เมื่อเป็นเช่นนั้น การสืบต่อแห่งรูปอันใดมีอยู่ การ สืบต่อแห่งรูปนั้น อุปมาเหมือนดุ้นฟืนและท่อนไม้ เพราะหาเจตนามิได้ เพราะฉะนั้น จะหาปาณาติบาตไม่ได้ ในการสืบต่อแห่งรูปนั้น ด้วยการสับ เป็นต้น เหมือนแม้ประโยคในร่างที่ตายแล้ว ปาณาติบาตก็จะพึงมีประโยค มีการประหาร และไม่ประหารเป็นต้นตามที่กล่าวแล้ว ในสัตว์และสังขารที่ เป็นอดีต เป็นอนาคต หรือปัจจุบัน. ก่อนอื่นในกาลทั้ง ๓ นั้น ประโยค ตามที่กล่าวแล้ว จะไม่เกิดมีในอดีตและอนาคต เพราะอดีตและอนาคตเหล่านั้น เป็นสภาวะไม่มีอยู่ ประโยคในปัจจุบัน ที่กำลังบ่ายหน้าไปสู่ความสิ้นสูญไป ก็จะหาประโยชน์มิได้ เพราะสังขารทั้งหลายเป็นไปชั่วขณะ (และ) เพราะ สังขารทั้งหลายมีการดับไปตามหน้าที่ของตนนั่นแหละ เป็นสภาพ ความตาย เป็นตัวเหตุแห่งประโยคมีการประหาร และไม่ประหารเป็นต้นก็จะไม่มี เพราะ เว้นจากเหตุแห่งการสูญในรูป และใครเล่าจะเป็นเจ้าของประโยค เพราะสังขาร ทั้งหลายไม่มีจิตใจ ปาณาติบาตจะเป็นกรรมพันธ์ของใครเล่า เพราะสังขาร ที่แตกสลายตลอดเวลาที่พอเหมาะกับการประสงค์จะฆ่านั่นเอง ไม่หยุดอยู่จน ให้ถึงเวลาสิ้นสุดการกระทำ เนื่องจากเป็นไปชั่วขณะ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน