เล่มที่ 45
จบทุติยราคสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๒ อรรถกถาทุติยราคสูตร ในทุติย...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 364
เนื้อหา
จบทุติยราคสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๒ อรรถกถาทุติยราคสูตร ในทุติยราคสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า น อตริ แปลว่า ข้ามไม่ได้แล้ว. บทว่า สมุทฺทํ ได้แก่ ทะเลคือสงสาร หรือทะเลคืออายตนะ มีจักขุอายตนะเป็นต้น สงสารและ อายตนะแม้ทั้งสองอย่างนั้น ชื่อว่า สมุทร เพราะเป็นเหมือนทะเล โดยความ หมายว่า เต็มได้ยาก. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าสมุทร เพราะอรรถว่า เป็นเหมือน สมุทร อธิบายว่า ชื่อว่าเป็นเหมือนสมุทร เพราะเป็นทีอยู่อาศัยของกิเลส คือ เพราะสันดานของสัตว์เป็นเรือนของกิเลส. บทว่า สวิจึ ความว่า มีระลอก โดยระลอกคือความโกรธ และความแค้น . สมดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ คำว่าภัยคือระลอกนี้แล เป็นชื่อของความโกรธและความแค้น . บทว่า สาวฏฺฏํ ความว่า พร้อมด้วยวังวน โดยวังวนคือกามคุณ ๕. สมจริงตามที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ คำว่า อาวัฏฏะ นี้ เป็นชื่อของกามคุณที่ ๕. บทว่า สคหํ สรกฺขสํ ความว่า ชื่อว่าประกอบด้วยบุคคลที่เป็นวิสภาคกัน (ศัตรู) เช่นกับด้วยมังกรดุ ปลาร้าย และผีเสื้อสมุทร เพราะให้เกิดอนัตถะแก่ผู้ไปสู่แหล่งหากินของตน. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ คำว่า สคหํ สรกฺขสํ นี้แล เป็นชื่อของมาตุคาม. บทว่า อตริ ความว่า ข้ามพ้นทะเลตามที่กล่าว แล้ว ด้วยเรือคือมรรคปัญญา. บทว่า ติณฺโณ แปลว่า ข้ามพ้นไปแล้ว. บทว่า ปารคโต ได้แก่ ผู้เข้าถึงฝั่ง คือฝั่งข้างโน้นของทะเลนั้น ได้แก่นิโรธ. บทว่า ถเล ติฏฺติ ความว่า ต่อจากนั้นไป เราตถาคตเรียกเขาว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ลอยบาปแล้ว ยืนอยู่บนบก คือ ฝั่งโน้น ได้แก่พระนิพพาน เพราะข้าม ห้วงน้ำใหญ่มีกามเป็นต้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน