เล่มที่ 45
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยังคุณพิเศษ ที่พึงได้ด้วย การกำหนดรู้สิ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 353
เนื้อหา
จ ศัพท์ ในบทคาถาว่า อกฺเขยฺยจ ปริญฺาย นั้น ลงในอรรถว่า พฺยติเรก (แปลกออกไป). พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยังคุณพิเศษ ที่พึงได้ด้วย การกำหนดรู้สิ่งที่กล่าว คือ ที่กำลังตรัสถึงอยู่นั่นแหละ ให้แจ่มแจ้ง ด้วย จ ศัพท์นั้น. ทว่า ปริญฺาย ความว่า เพราะกำหนดรู้ว่าเป็นทุกข์ด้วยมัคค- ปัญญา ที่ประกอบด้วยวิปัสสนา คือเพราะก้าวล่วงทุกข์นั้นด้วยการละกิเลสที่ เนื่องด้วยทุกข์นั้น หรือเพราะยังกิจแห่งปริญญาแม้ทั้ง ๓ ให้ถึงที่สุด. บทว่า อกฺขาตารํ น มญฺติ ความว่า พระขีณาสพชื่อว่าไม่สำคัญหมาย (ว่ามี) ผู้บงการ เพราะละความสำคัญหมายได้โดยประการทั้งปวง อธิบายว่า ไม่เชื่อ อะไร ๆ ที่เป็นสภาวะมีผู้สร้างเป็นต้น (ว่า) เป็นอัตตา. บทว่า ผุฏฺโ วิโมกฺโข มนสา สนฺติปทมนุตฺตรํ ความว่า เพราะเหตุที่พระขีณาสพถูกแล้ว คือ ต้อง แล้ว ได้แก่ถึงธรรม คือพระนิพพาน ที่ได้นามว่า วิโมกข์ เพราะพ้นจากสังขต- ธรรมทุกอย่าง (และ) ได้นามว่า สันติบท เพราะเป็นที่ตั้งแห่งความสงบระงับ ความเร่าร้อน อันเกิดแต่กิเลสทั้งมวล ฉะนั้นท่านจึงไม่สำคัญหมายว่ามีผู้บงการ. อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นตรัสการบรรลุทุกขสัจด้วยปริญ- ญากิจ และบรรลุสมุทยสัจด้วยปหานกิจแล้ว บัดนี้ จึงตรัสการบรรลุมรรค ด้วยภาวนากิจ และนิโรธ ด้วยสัจฉิกิริยากิจ ด้วยคำนี้ว่า ผุฏฺโ วิโมกฺโข มนสา สนฺติปทมนุตฺตรํ (ท่านถูกต้องวิโมกข์ด้วยใจ ท่านถูกต้องสันติบท อันเยี่ยม) คำนั้นมีอธิบายว่า อริยมรรคชื่อว่าวิโมกข์ เพราะพ้นจากกิเลสทั้งมวล ด้วยสามารถแห่งการตัดขาด (สมุจเฉทปหาน) ก็โมกข์นั้น ท่านถูกต้องแล้ว คือสัมผัสแล้ว ได้แก่เจริญแล้วด้วยมรรคกิจ ด้วยเหตุนั้นเอง พระนิพพาน ที่เป็นสันติบท อันยอดเยี่ยม เป็นอันท่านถูกต้องแล้ว คือสัมผัสแล้ว ได้แก่ ทำให้แจ้งแล้ว. บทว่า อากงฺเขยฺยสมฺปนฺโน ความว่า ผู้หลุดพ้นดีแล้ว จากอักเขยยนิมิตนั้น เพราะละวิปัลลาสในโลกที่ถูกวิบัติชนิดต่าง ๆ กำจัดแล้ว เสียได้ ชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมแล้ว ซึ่งอักเขยยนิมิต คือประกอบแล้วด้วยสมบัติ ทั้งหลาย ที่เกิดแล้วจากการกำหนดรู้ สิ่งที่จะต้องกล่าวถึง. บทว่า สงฺขาย เสวี ความว่า เป็นผู้มีปกติพิจารณา คือ ใคร่ครวญ แล้วจึงเสพปัจจัยมีจีวรเป็นต้น เพราะถึงความไพบูลย์แห่งปัญญา. อนึ่งเป็นผู้มีปกติพิจารณาอารมณ์แม้ทุกอย่าง ที่มาสู่คลอง ส้องเสพอยู่ ด้วยสามารถแห่งฉฬังคุเบกขา เพราะเป็นผู้มีธรรม อันนับได้แล้ว. บทว่า ธมฺมฏฺโ ความว่า เป็นผู้ดำรงอยู่แล้ว ในอเสก- ขธรรม หรือนิพพานธรรมนั่นเอง. บทว่า เวทคู ความว่า ผู้ถึงเวท (จบ ไตรเพท) เพราะถึงฝั่งแห่งอริยสัจ ๔ ที่จะพึงรู้. ผู้มีคุณอย่างนี้ เป็นพระอรหันต์ ย่อมไม่ชื่อว่าเข้าถึงการนับว่าเป็นมนุษย์ หรือเทวดา เพราะไม่มีภพใหม่ใน บรรดาภพทั้งหลาย ภพไหนๆ อีกต่อไป คือถึงความเป็นผู้หาบัญญัติไม่ได้เลย. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงจบเทศนาลง ด้วยอนุปาทาปรินิพพาน ด้วยประการ ดังพรรณนามานี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน