เล่มที่ 45
จบจักขุสูตรที่ ๒ อรรถกถาจักขุสูตร ในจักขุสูตรที่ ๒ พึงทราบวิ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 342
เนื้อหา
เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้า ได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล. จบจักขุสูตรที่ ๒ อรรถกถาจักขุสูตร ในจักขุสูตรที่ ๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า จกฺขูนิ ความว่า ชื่อว่าจักษุ เพราะบอก. อธิบายว่าเป็นไป เหมือนจะบอกทางที่ราบเรียบ และไม่ราบเรียบ อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า จักษุ เพราะอรรถว่า ชอบใจ. ถามว่า ที่ชื่อว่า ชอบนี้ คืออย่างไร ? ตอบว่า ชอบใจ. จริงอย่างที่คนทั้งหลายกล่าวว่า (ผึ้ง) ชอบน้ำหวาน (คน) ชอบ- กับข้าว. อีกอย่างหนึ่ง อายนะเหล่านั้น เมื่อเสวยรสแห่งอารมณ์ย่อมเป็นเสมือน ชอบใจอยู่ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่าจักษุ เพราะอรรถว่าชอบใจ. แต่จักษุเหล่านั้น โดยสังเขปมี ๒ อย่าง คือ ญาณจักษุ และมังสจักษุ. บรรดาจักษุทั้ง ๒ อย่างนั้น มังสจักษุ ได้กล่าวไว้ในหนหลังแล้วทั้งนั้น (แต่) ในพระสูตรนี้ ญาณจักษุ ตรัสแยกไว้เป็น ๒ อย่าง คือ ทิพยจักษุ และปัญญาจักษุ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิพฺพจกฺขุ ความว่า จักษุ ชื่อว่า ทิพย์ เพราะเป็นเหมือนทิพย์ อธิบายว่า จักษุของเทวดาทั้งหลาย ที่เกิดแต่สุจริตกรรม ไม่ถูกน้ำดี เสมหะ และเลือดเป็นต้นปิดบัง เป็นจักษุที่มีประสาทเป็นทิพย์ สามารถรับอารมณ์แม้ไกลได้ เพราะพ้นจากอุปกิเลส. แม้ญาณจักษุนี้ที่เกิดด้วย พลังแห่งการเจริญวิริยะ ก็เช่นนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็นทิพย์ เพราะเป็นเหมือนทิพย์ ญาณจักษุชื่อว่าเป็นทิพย์ เพราะได้มาด้วยสามารถแห่ง ทิพวิหารธรรม เพราะอาศัยทิพวิหารธรรมของตน เพราะรุ่งโรจน์มากด้วย การกำหนดอาโลกกสิณ และแม้เพราะมีการกระทำไปได้กว้างขวาง โดยการ เห็นรูปที่อยู่ในที่นอกกำแพงเป็นต้น ทิพยจักษุทั้งหมดนั้น พึงทราบตามแนว- แห่งสัททศาสตร์ อายตนะ ชื่อว่า จักษุ เพราะอรรถว่าเป็นเหมือนจักษุ โดยอรรถว่าเห็น คือ โดยการทำกิจคือการเห็นดังนี้บ้าง. จักษุนั้นด้วย เป็น ทิพย์ด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ทิพยจักษุ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน