เล่มที่ 45

บทว่า อคุตฺตทฺวาโร ได้แก่ ไม่สำรวมทวาร

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 162


เนื้อหา

บทว่า อคุตฺตทฺวาโร ได้แก่ ไม่สำรวมทวาร. แต่ในบางแห่ง อาจารย์กล่าวว่า บทว่า อคุตฺตทฺวาโร ได้แก่ ในอินทรีย์ทั้งหลาย. อาจารย์ กล่าวถึงความไม่สำรวมอินทรีย์ อันมีใจเป็นที่ ๖ ด้วยบทนั้น. ชื่อว่า ไม่รู้ ประมาณในโภชนะ เพราะไม่รู้ประมาณในโภชนะด้วยการรับและการบริโภค. เกจิอาจารย์กล่าวว่า เพราะความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย เพราะความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะบ้าง. ถามว่า ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอีนทรีย์ทั้งหลายเป็นอย่างไร หรือความเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลายเป็นอย่างไร. ตอบว่า เพราะ ไม่มีความสำรวม หรือความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์โดยแท้. ด้วยว่าสติก็ดี ความไร้สติก็ดี หาได้เกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุประสาทไม่. อันทีจริง ขณะใด รูปารมณ์มาสู่ครองจักษุ ขณะนั้น เมื่อภวังค์เกิดขึ้น ๒ ครั้งแล้วดับไป กิริยา- มโนธาตุยังอาวัชชนกิจให้สำเร็จ เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป จากนั้นจักขุวิญญาณ ทำหน้าที่เห็น จากนั้นวิปากมโนธาตุ ทำหน้าที่รับ จากนั้นวิปากาเหตุกมโน- วิญญาณธาตุ ทำหน้าที่พิจารณา จากนั้นกิริยาเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ยัง โวฏฐัพพนกิจ (กำหนดอารมณ์) ให้สำเร็จ เกิดแล้วย่อมดับไป ในระหว่างนั้น ชวนจิต ย่อมแล่นไป. ในชวนะนั้น ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี ย่อมมีในสมัยแห่งภวังค์ก็หามิได้ ในสมัยแห่งอาวัชชนะเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็หามิได้. ก็ในขณะแห่งชวนจิต หากว่า ความเป็นผู้ทุศีลก็ดี ความไร้สติก็ดี ความไม่รู้ก็ดี ความไม่อดทนก็ดี ความเกียจคร้านก็ดี ย่อมเกิดขึ้น ย่อมไม่มี ความสำรวม ภิกษุนั้นแม้เป็นอยู่อย่างนี้ ท่านก็กล่าวว่า เป็นผู้ไม่สำรวมใน จักขุทวาร. ถามว่า เพราะเหตุไร. ตอบว่า เพราะเมื่อไม่มีความสำรวมนั้น แม้ทวารก็ไม่เป็นอันคุ้มครอง แม้ภวังค์ก็ไม่เป็นอันคุ้มครอง แม้วิถีจิตมี อาวัชชนะเป็นต้น ก็ไม่เป็นอันคุ้มครอง. ถามว่า เหมือนอย่างไร. ตอบว่า เหมือนเมื่อประตู ๔ ประตูในเมืองไม่ปิด ประตูเรือน ซุ้มประตูและห้องเป็นต้น ภายในปิดอย่างดีแล้วก็จริง แม้กระนั้น สิ่งของทั้งหมดภายในเมืองก็เป็นอันชื่อ ว่าไม่รักษา ไม่คุ้มครองเลย โจรทั้งหลายเข้าไปทางประตูเมือง ปรารถนาสิ่งใด ก็พึงนำสิ่งนั้นไป ฉันใด เมื่อความเป็นผู้ทุศีลเป็นต้น เกิดขึ้นในชวนจิต เมื่อไม่มีการสำรวม แม้ทวารก็ไม่เป็นอันคุ้มครอง แม้ภวังค์ก็ไม่เป็นอัน คุ้มครอง แม้วิถีจิตมีอาวัชชนะเป็นต้น ก็ไม่เป็นอันคุ้มครอง. แม้เมื่อไม่มี การไม่สำรวมนั้น เมื่อศีลเป็นต้นเกิดขึ้นแล้วในชวนจิต แม้ทวารก็เป็นอัน คุ้มครอง แม้ภวังค์ก็เป็นอันคุ้มครอง แม้วิถีจิตมีอาวัชชนจิตเป็นต้น ก็เป็น อันคุ้มครอง. ถามว่า เหมือนอย่างไร. ตอบว่า เหมือนเมื่อประตูเมืองปิด ดีแล้ว ประตูเรือนเป็นต้นภายในไม่ปิด ก็จริง ถึงกระนั้น สิ่งของทั้งหมด ภายในเมืองก็ชื่อว่า เป็นอันรักษาดีแล้ว เป็นอันคุ้มครองดีแล้วทีเดียว ก็เมื่อ ประตูเมืองปิดแล้ว โจรทั้งหลายก็เข้าไปไม่ได้ ฉันใด เมื่อศีลเป็นต้นเกิดขึ้น แล้วในชวนจิต แม้ทวารก็เป็นอันคุ้มครอง แม้ภวังค์ก็เป็นอันคุ้มครอง แม้ วิถีจิตมีอาวัชชนะเป็นต้นก็เป็นอันคุ้มครอง ฉันนั้นนั่นแล. ฉะนั้น ความไม่ สำรวมแม้เกิดขึ้นในขณะแห่งชวนจิต ท่านก็กล่าว สำรวมในจักขุทวาร. แม้ ในทวารที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน. พึงทราบความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารใน อินทรีย์ทั้งหลาย และความเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ด้วย ประการฉะนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน