เล่มที่ 45

บทว่า ตปเต ได้แก่เผาธรรมอัน ปฏิปักษ์ไม่ให้มีเหลืออีกเลย

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 152


เนื้อหา

บทว่า อธิคฺคเหตฺวา คือครอบงำแล้ว. บทว่า ภาสเต คือย่อม สว่างไสวเพราะหมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง. บทว่า ตปเต ได้แก่เผาธรรมอัน ปฏิปักษ์ไม่ให้มีเหลืออีกเลย. บทว่า วิโรจเต ได้แก่ย่อมไพโรจน์ด้วยสมบัติ ทั้งสอง. จริงอยู่ เมตตาเจโตวิมุตติ ย่อมสว่างไสวดุจความแจ่มใสอันปราศจาก ความเศร้าหมอง ได้แก่ความสว่างของดวงจันทร์ ย่อมกำจัด คือ เผาธรรม เป็นข้าศึก ดุจแสงสว่างกำจัดความมืด ย่อมสว่างไสวไพโรจน์ ดุจดาว ประกายพฤกษ์โชติช่วง ฉะนั้น. บทว่า เสยฺยถาปิ เป็นนิบาตลงในอรรถแสดงความเปรียบเทียบ. บทว่า ตารกรูปานํ ได้แก่ ความรุ่งเรื่อง. บทว่า จนฺทิยา ชื่อว่า จนฺที เพราะอรรถว่ามีรัศมี. อธิบายว่า แห่งรัศมี คือ แห่งแสงสว่างของดวงจันทร์ นั้น. บทว่า วสฺสานํ ได้แก่ฤดู อันได้ชื่อเป็นพหูพจน์ว่า วสฺสานิ ดังนี้. บทว่า ปจฺฉิเม มาเส ได้แก่ในเดือน ๑๒. บทว่า สรทสมเย ได้แก่ใน สารทกาล (ฤดูใบไม้ร่วง). เดือนอัสสยุชะ (เดือน ๑๑) และเดือนกัตติกะ (เดือน ๑๒) ท่านเรียกฤดูสารทในโลก. บทว่า วิทฺเธ ได้แก่ ลอยขึ้นไป. อธิบายว่า เคลื่อนคล้อยไปโดยปราศจากเมฆ. ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า วิคตวลาหเก ปราศจากฝน. บทว่า เทเว ได้แก่ในอากาศ. บทว่า นถํ อพฺภุสฺสกฺกมาโน ได้แก่ลอยขึ้นสู่อากาศจากที่โผล่ขึ้น. บทว่า ตมคตํ ได้แก่อากาศมืด. บทว่า อภิหฺจจ ได้แก่ทำลาย คือ กำจัด. บทว่า โอสธิตารกา ได้แก่ดาวใดชื่อว่า โอสธิ (ดาวประกายพฤกษ์) เพราะเป็นเหตุทำให้มีรัศมีมากขึ้น หรือเพราะ ดาวประกายพฤกษ์เพิ่มให้มีพลังมากขึ้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน