เล่มที่ 44

บทว่า อายุสํวตฺตนิกํ แปลว่า เป็นทางให้อายุยืนนาน

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 603


เนื้อหา

บทว่า อายุสํวตฺตนิกํ แปลว่า เป็นทางให้อายุยืนนาน. บทว่า อุปจิตํ แปลว่า สั่งสมแล้ว คือให้เกิดแล้ว. บทว่า ยสสํวตฺตนิกํ แปลว่า เป็นทางให้มีบริวาร. บทว่า อาธิปเตยฺยสํวตฺตนิกํ แปลว่า เป็นทางแห่ง ความเป็นผู้ประเสริฐ. บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า พระองค์ทรงทราบโดยอาการ ทั้งปวง ถึงอรรถทั้ง ๓ อย่างนี้คือ ความที่ทานมีผลมาก. ความที่พระองค์ ทรงเป็นทักขิไณยบุคคลอย่างยอดเยี่ยม โดยพระคุณมีศีลเป็นต้น ๑ อนุ- ปาทาปรินิพพาน ๑ แล้วจึงทรง เปล่งอุทานนี้ อันแสดงความนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ททโต ปุญฺํ ปวฑฺฒติ ความว่า บุคคล ผู้ให้ทาน ชื่อว่า ย่อมก่อบุญอันสำเร็จด้วยทาน เพราะเพรียบพร้อมด้วย จิต และเพรียบพร้อมด้วยทักขิไณยบุคคล ย่อมมีผลมากกว่า มีอานิสงส์ มากกว่า. อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบอรรถในบทว่า ททโต ปุญฺํ ปวฑฺฒติ นี้ อย่างนี้ว่า ภิกษุผู้ไม่มากไปด้วยอาบัติ ในที่ทุกสถานย่อมสามารถเพื่อ จะรักษาศีลให้หมดจดด้วยดี แล้วบำเพ็ญสมถะและวิปัสสนาโดยลำดับ เพราะผู้บริจาคไทยธรรม ย่อมกระทำให้มาก ด้วยเจตนาเป็นเครื่องบริจาค เพราะเหตุนั้น บุญทั้ง ๓ อย่างนี้ มีทานเป็นต้น ย่อมเจริญแก่บุคคลนั้น. บทว่า สญฺมโต ได้แก่ ผู้สำรวมด้วยการสำรวมในศีล อธิบายว่า ผู้ตั้ง อยู่ในสังวร. บทว่า เวรํ น จียติ ความว่า เวร ๕ อย่างย่อมไม่เกิด. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลผู้มีศีลหมดจดด้วยศีล ผู้สำรวมด้วยกาย วาจา และ จิต เพราะอธิศีล มีอโทสะเป็นประธาน ย่อมไม่ก่อเวรด้วยใคร ๆ เพราะ เป็นผู้มากด้วยขันติ ผู้นั้นจักเป็นผู้ชื่อว่า ก่อเวรแต่ที่ไหน เพราะฉะนั้น ผู้สำรวมคือผู้ระวังนั้น ย่อมไม่ก่อเวร เพราะเหตุมีความสำรวม. บทว่า กุสโล จ ชหาติ ปาปกํ ความว่า ก็บุคคลผู้ฉลาด คือผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา ตั้งอยู่ในศีลอันบริสุทธิ์ด้วยดี กำหนดกัมมัฏฐาน อันเหมาะแก่ตน ในอารมณ์ ๓๘ ประการ ย่อมยังฌานต่างด้วยอุปจาระและอัปปนา ให้สำเร็จ ชื่อว่า ละ คือสละอกุศล มีกามฉันทะเป็นต้น อันชั่วช้าลามก ด้วย วิกขัมภนปหาน. ผู้นั้นทำฌานนั้นนั่นแหละให้เป็นบาท เริ่มตั้งความสิ้น ไปและเสื่อมไปในสังขารทั้งหลาย บำเพ็ญวิปัสสนา ทำวิปัสสนาให้เกิด ย่อมละอกุศลอันชั่วช้าลามกได้อย่างเด็ดขาด ด้วยอริยมรรค.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน