เล่มที่ 44
บทว่า อิจฺเจเต อุโภ อนฺตา ได้แก่ ที่สุดโต่ง ๒ อย่างเหล่านี้ค...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 526
เนื้อหา
บทว่า อิจฺเจเต อุโภ อนฺตา ได้แก่ ที่สุดโต่ง ๒ อย่างเหล่านี้คือ กามสุขัลลิกานุโยค ๑ อัตตกิลมถานุโยค ๑. ก็ที่สุดทั้งสองนั้นแล ชื่อว่า ที่สุดโต่ง เพราะเป็นสิ่งต่ำทราม และนอกทาง เหตุผู้ติดอยู่ในกามคุณที่ เกลื่อนกล่นด้วยธุลี คือกิเลสและทุกข์ ที่ตนได้รับในปัจจุบัน และที่จะพึง ได้รับในอนาคต และติดอยู่ในการทำตนให้เดือดร้อน ชื่อว่าผู้สำเหนียก ตามความเร่าร้อนเพราะกิเลสและทุกข์ และเพราะผู้เร่าร้อนเพราะกิเลส และทุกข์ จะพึงดำเนินด้วยตนเอง. บทว่า กฏสิวฑฺฒนา ได้แก่ ความ ขยายตัวของตัณหาและอวิชชา คือ กฏสิ เพราะอรรถว่า อันธปุถุชนพึง หวังเฉพาะ. บทว่า กฏสิโย ทิฏฺึ วฑฺเฒนฺติ ความว่า ก็ตัณหาและอวิชชา ที่ชื่อว่ากฏสิเหล่านั้น ย่อมขยายทิฏฐิ มีประการต่าง ๆ. จริงอยู่ บุคคลผู้ ตามเห็นความยินดีในวัตถุกาม ได้ตัณหาและอวิชชาอันเป็นเหตุทำร่วมกัน ของบุคคลผู้ไม่อาจจะละวัตถุกามนั้นได้ จึงให้ยึดถือซึ่งนัตถิกทิฏฐิ อกิริย- ทิฏฐิ และอเหตุกทิฏฐิ โดยนัยมีอาทิว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล. ก็แล ครั้นได้ตัณหา และอวิชชาเป็นเหตุกระทำร่วมกัน ของบุคคลผู้ประกอบ เนือง ๆ ซึ่งการทำตนให้เดือดร้อน ย่อมให้ถือศีลพรตและการถือผิด โดย มุ่งหวังความบริสุทธิ์เฉพาะตน โดยนัยมีอาทิว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ ด้วยศีล ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยพรต ดังนี้. ก็ภาวะแห่งสักกายทิฏฐิ เป็น ปัจจัยแก่อันธปุถุชนเหล่านั้น ย่อมปรากฏชัดทีเดียว. พึงทราบความที่ตัณหา และอวิชชาเป็นตัวขยายทิฏฐิ เพราะเข้าไปอาศัยที่สุดโต่ง ๒ อย่าง ดังว่า มานี้. ก็อาจารย์บางพวกกล่าวว่า บทว่า กฏสิ นี้ เป็นชื่อของขันธ์ ๕. อาจารย์บางพวกเหล่านั้นมีความประสงค์ว่า ความบริสุทธิ์ในสงสาร ย่อม ไม่มีโดยส่วนที่สุดโต่งทั้ง ๒ นั้น ก็ที่สุดโต่งทั้ง ๒ นั้น ย่อมขยายอุปาทาน- ขันธ์ โดยส่วนนั้น. แต่อาจารย์อีกพวกหนึ่ง กล่าวอรรถของบทว่า กฏสิ วฑฺฒนา ว่า ขยายป่าช้า โดยชราและมรณะสืบ ๆ กันมา. อาจารย์เหล่านั้น กล่าวเฉพาะความมีและความไม่มีแห่งส่วนสุดโต่งทั้ง ๒ ว่า เป็นเหตุแห่ง ความบริสุทธิ์ในสงสารเท่านั้น. แต่พึงกล่าว ตัณหาและอวิชชาที่ชื่อว่า กฏสิ เป็นตัวขยายทิฏฐิ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน