เล่มที่ 44

ในการเข้าสมาบัตินั้น เริ่มตั้งแต่ทุติยฌานไป รูปาวจรสมาธิก็ดี...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 520


เนื้อหา

ในการเข้าสมาบัตินั้น เริ่มตั้งแต่ทุติยฌานไป รูปาวจรสมาธิก็ดี อรูปาวจรสมาธิทั้งหมดก็ดี ก็คืออวิตักกสมาธินั่นเอง. แต่ในที่นี้ อรหัต- ผลสมาธิที่มีจตุตถฌานเป็นบาท ท่านประสงค์เอาว่า อวิตักกสมาธิ. มิจฉา- วิตกที่ทุติยฌานเป็นต้นละแล้ว จัดว่ายังละไม่ดีก่อน เพราะไม่มีการละ อย่างเด็ดขาด ส่วนที่พระอริยมรรคละนั่นแหละ จัดว่าละด้วยดี เพราะ ไม่มีกิจที่จะละต่อไป. เพราะฉะนั้น อรหัตผลสมาธิอันเป็นที่สุดแห่งอรหัต- มรรค เพราะเกิดขึ้นในที่สุดแห่งการละมิจฉาวิตกทั้งสิ้น เมื่อว่าโดยพิเศษ จึงควรกล่าวไว้ว่า อวิตักกสมาธิ จะป่วยกล่าวไปไยถึงการมีจตุตถฌาน เป็นบาทเล่า เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ก็ในที่นี้ อรหัตผลสมาธิที่มี จตุตถฌานเป็นบาท ท่านประสงค์เอาว่าอวิตักกสมาธิ. บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงรู้โดยอาการทั้งปวงถึงอรรถ นี้ กล่าวคือการที่ท่านสุภูติละกิเลส คือมิจฉาวิตกทั้งหมดได้ จึงทรง เปล่งอุทานนี้ อันแสดงความนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺส วิตกฺกา วิธูปิตา ความว่า พระ- อริยบุคคลใดกำจัดมิจฉาวิตกแม้ทั้งหมด มีกามวิตกเป็นต้น คือทำให้สงบ ได้แก่ตัดขาดด้วยอริยมรรคญาณ. บทว่า อชฺฌตฺตํ สุวิกฺปฺปิตา อเสสา ความว่า กำหนดไว้ดี คือกำหนดด้วยดีโดยไม่เหลือ อันควรเกิดขึ้นใน สันดานตน กล่าวคือภายในตน อธิบายว่า ตัดขาดด้วยดี โดยไม่เหลือ แม้อะไร ๆ ไว้. บทว่า ตํ ในบทว่า ตํ สงฺคมติจฺจ อรูปสญฺี นี้ เป็น เพียงนิบาต. อีกอย่างหนึ่ง ตํ ศัพท์ มีเหตุเป็นอรรถ. ก็เพราะเหตุที่ พระอริยบุคคลตัดมิจฉาวิตกได้เด็ดขาด ฉะนั้น พระอริยบุคคลนั้นจึงชื่อว่า มีความสำคัญในอรูป ด้วยมรรคสัญญาและผลสัญญาอันเป็นไปโดยกระทำ พระนิพพานอันได้นามว่า อรูป ให้เป็นอารมณ์ เพราะไม่มีสภาวะแห่งรูป และไม่มีวิการคือความแปรผันในพระนิพพานนั้น หรือเพราะไม่มีเหตุ แห่งความพิการ เหตุที่ล่วงเลยพ้นเครื่องข้อง ๕ อย่าง มีเครื่องข้องคือ ราคะเป็นต้น หรือเครื่องข้องคือกิเลสแม้ทั้งหมด. บทว่า จตุโยคาติคโต ได้เเก่ก้าวล่วงซึ่งโยคะ ๔ คือ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ และ อวิชชาโยคะ ด้วยมรรคทั้ง ๔ ตามสมควร.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน