เล่มที่ 44
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงประกาศว่า เดียรถีย์เหล่านั้นเป็นดั...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 507
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงประกาศว่า เดียรถีย์เหล่านั้นเป็นดัง คนบอด เพราะบกพร่องทางปัญญาจักษุ โดยได้เฉพาะโมหะและทิฏฐิ ด้วยประการดังนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะประกาศความนั้นโดยอุปมาด้วยคน บอดแต่กำเนิด จึงตรัสคำว่า ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว ดังนี้เป็นต้น. บรรดา บทเหล่านั้น บทว่า ภูตปุพฺพํ ได้แก่มีแล้วในกาลก่อน คือบังเกิดแล้ว ในอดีตกาล. บทว่า อญฺตโร ราชา อโหสิ ความว่าครั้งก่อนได้มี พระ- ราชาองค์หนึ่งไม่ปรากฏนามและโคตรในโลก. บทว่า โส ราชา อญฺตรํ ปุริสํ อามนฺเตสิ ความว่า เล่ากันมาว่า พระราชาพระองค์นั้น ครั้น ทอดพระเนตรเห็นช้างทรงของพระองค์เลิศด้วยความงาม มีสรรพางค์กาย สมบูรณ์มายังที่บำรุง จึงได้มีพระดำริว่า ผู้เจริญ ยานคือช้างตัวเจริญ น่าชมหนอ. ก็สมัยนั้น คนบอดแต่กำเนิดคนหนึ่งเดินมาตามพระลาน- หลวง. พระราชาทรงเห็นดังนั้น จึงทรงพระดำริว่า คนบอดเหล่านี้มี ความเสื่อมอย่างใหญ่หลวง ที่ไม่ได้เห็นช้างที่น่าชมเห็นปานนี้ ถ้ากระไร เราจะให้คนบอดแต่กำเนิดเท่าที่มีอยู่ทั้งหมด ให้ประชุมกันในกรุงสาวัตถีนี้ ให้เอามือจับต้องคนละส่วน ๆ แล้วจะพึงฟังถ้อยคำของคนบอดเหล่านั้น. พระราชาผู้มีพระทัยในทางล้อเลียน จึงรับสั่งให้ราชบุรุษผู้หนึ่งให้เรียก ประชุมคนบอดทั้งหมดในกรุงสาวัตถี แล้วได้ให้สัญญาแก่ราชบุรุษนั้นว่า เจ้าจงทำโดยประการที่คนบอดแต่ละคนถูกต้องอวัยวะของช้างแต่ละส่วน ๆ มีศีรษะเป็นต้นเท่านั้น แล้วให้เกิดสัญญาขึ้นว่าเราเห็นช้างแล้ว. ราชบุรุษ ได้กระทำเหมือนอย่างนั้น. ลำดับนั้น พระราชาตรัสถามคนบอดเหล่านั้น แต่ละคน ๆ ว่า พนาย ช้างเป็นอย่างไร ? คนบอดเหล่านั้นต่างทูลบอก เฉพาะอวัยวะที่ตนเห็นแล้ว ๆ ว่าเป็นช้าง จึงก่อการทะเลาะกันว่า ช้าง เป็นเช่นนี้ ช้างไม่เป็นเช่นนี้ ใช้มือเป็นต้น คว้ากันกระทำโกลาหลอย่าง ใหญ่หลวง ณ พระลานหลวง. ฝ่ายพระราชาพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ได้ ทอดพระเนตรเห็นประการอันแปลกนั้นของคนบอดเหล่านั้น มีพระผา- สุกาขยาย มีพระหทัยเบิกบาน ทรงพระสรวลลั่น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง กล่าวว่า อถ โข ภิกฺขเว โส ราชา ฯ เป ฯ อตฺตมโน อโหสิ ดังนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน