เล่มที่ 44

บทว่า รตนานิ ความว่า ชื่อว่ารัตนะ เพราะอรรถว่าให้เกิดความ ยิ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 440


เนื้อหา

บทว่า รตนานิ ความว่า ชื่อว่ารัตนะ เพราะอรรถว่าให้เกิดความ ยินดี. จริงอยู่ เมื่อเจริญสติปัฏฐานเป็นต้น ปีติและปราโมทย์มีประมาณ ไม่น้อยย่อมบังเกิดขึ้นส่วนเบื้องต้น. ในส่วนเบื้องปลายไม่จำต้องทั้งกล่าวถึง สมจริงดังพระดำรัสที่ตรัสไว้ว่า พระโยคีย่อมพิจารณาเห็นความเกิดและความดับ แห่งขันธ์ทั้งหลายในกาลใด ๆ ในกาลนั้น ๆ ท่าน ย่อมได้ปีติและปราโมทย์ นั้นเป็นอมตะของผู้รู้แจ้ง. ก็ปีติและปราโมทย์อันมีโลกิยรัตนะเป็นเหตุ ย่อมไม่ถึงส่วนแห่ง เสี้ยวของอมตธรรมนั้น อรรถดังว่ามานี้ ท่านแสดงไว้ในหนหลังแล้วแล อีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่ธรรมดาทำให้วิจิตร มีค่ามากหาที่เปรียบ- ปานมิได้ เห็นได้ยากเป็นเครื่องใช้สอยของสัตว์ผู้ไม่ ต่ำทราม ท่านเรียกว่า รัตนะแล. ก็ถ้าชื่อว่ารัตนะ ย่อมมีได้โดยภาวะที่ธรรมดาทำให้วิจิตรเป็นต้น ไซร้ ถึงอย่างนั้น สติปัฏฐานเป็นต้นนั่นแล ก็เป็นรัตนะได้เพราะเป็นของ มีอยู่จริง จริงอยู่ ภาวะแห่งสติปัฏฐานเป็นต้นนั้น เป็นอานุภาพของ โพธิปักขิยธรรม เพราะเป็นเหตุใกล้ซึ่งทำให้พระสาวกบรรลุสาวกบารมี- ญาณ พระปัจเจกพุทธเจ้าบรรลุปัจเจกโพธิญาณ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ. จริงอยู่ เหตุที่สืบ ๆ กันมาเป็นอุปนิสัยแห่ง ทานเป็นต้น รวมความว่า สติปัฏฐานเป็นต้นเป็นรัตนะเป็นความดียิ่งแห่ง โพธิปักขิยธรรม เพราะอรรถว่าทำให้เกิดความยินดี และเพราะอรรถว่า เป็นของอันธรรมดาทำให้วิจิตร. ด้วยเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสว่า ใน ธรรมเหล่านั้นรัตนะเหล่านี้ คือ สติปัฏฐาน ๔.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน