เล่มที่ 44

ชื่อว่า ผู้มีการงานซ่อนเร้น เพราะเธอมีการงานปิดบังไว้ โดย กร...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 433


เนื้อหา

ชื่อว่า ผู้มีการงานซ่อนเร้น เพราะเธอมีการงานปิดบังไว้ โดย กระทำกรรมที่พึงปกปิด เหตุเป็นกรรมที่พึงละอาย. ชื่อว่า ผู้ไม่ใช่เป็น สมณะ เพราะไม่ใช่สมณะ เหตุทรงไว้ซึ่งเพศแห่งสมณะอันน่าเกลียด. ชื่อว่า ผู้ปฏิญญาว่าเป็นสมณะ ในการนับว่า สมณะมีจำนวนเท่าไร ใน การจับฉลากเป็นต้น และในการปฏิญญาผิด ๆ ว่า แม้เราก็เป็นสมณะ. ชื่อว่า ผู้ไม่ใช่พรหมจารี เพราะเป็นผู้มีความประพฤติไม่ประเสริฐ. ชื่อว่า ผู้ปฏิญญาว่าเป็นพรหมจารี เพราะผู้ไม่เป็นพรหมจารี เห็นเพื่อน พรหมจารีเหล่าอื่นผู้นุ่งห่มเรียบร้อย อุ้มบาตรเรียบร้อย กำลังเที่ยว บิณฑบาตในคามและนิคมเป็นต้นเลี้ยงชีพ แม้ตนเองก็ปฏิบัติโดยอาการ เช่นนั้น และปรากฏในวันอุโบสถเป็นต้น เป็นเหมือนให้ปฏิญญาว่า แม้เราก็เป็นพรหมจารี. ชื่อว่า ผู้เน่าใน เพราะกรรมเสียคือศีลวิบัติเข้า อยู่ในภายใน. ชื่อว่า ผู้อันราคะรั่วรด เพราะชุ่มด้วยกิเลสเป็นเครื่องไหล ออกมามีราคะเป็นต้นทางทวาร ๖. ชื่อว่า ผู้เป็นดุจหยากเยื่อ เพราะ เกิดมีหยากเยื่อคือราคะเป็นต้น และเพราะถูกผู้มีศีลทั้งหลายทอดทิ้ง. บทว่า มชฺฌิเม ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสินฺนํ ความว่า ผู้นั่งในภายในภิกษุสงฆ์ เหมือน นับเนื่องในสงฆ์ บทว่า ทิฏฺโ€สิ ความว่า เป็นผู้อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเห็นแล้วว่า ผู้นี้ ไม่ใช่เป็นภิกษุตามปกติ. ก็ในข้อนี้ พึงเห็นการ ประกอบบทอย่างนี้ว่า เพราะเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นเธอ ฉะนั้น เธอ คือท่านไม่มีธรรมเครื่องอยู่ร่วมด้วยกรรมอันเดียวกันกับภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุที่เธอไม่มีธรรมเครื่องอยู่ร่วมนั้น ฉะนั้น เธอจงลุกขึ้นเถิด อาวุโส. บทว่า ตติยมฺปิ โส ปุคฺคโล ตุณฺหี อโหสิ ความว่า บุคคลนั้น เป็นผู้นิ่งเสียด้วยความประสงค์ว่า พระเถระแม้พูดบ่อย ๆ ก็จะเบื่อหน่าย งดเว้นไปเอง หรือว่า บัดนี้ เราจักรู้การปฏิบัติของภิกษุเหล่านี้. บทว่า พาหายํ คเหตฺวา ความว่า บุคคลผู้ทุศีลนั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าและ เราเห็นตามความเป็นจริงแล้ว และเราก็กล่าวว่า ท่านจงลุกขึ้นถึงครั้งที่ ๓ ก็ไม่ลุกขึ้น จึงจับแขนบุคคลผู้ทุศีลนั้น ด้วยคิดว่า บัดนี้ เป็นเวลาที่ฉุด เธอออกไป อันตรายอุโบสถอย่าได้มีแก่สงฆ์เลย. ครั้นจับอย่างนั้นแล้ว. บทว่า พหิ ทฺวารโกฏฺ€กา นิกฺขาเมตฺวา ความว่า จึงให้ออกไปภายนอก ซุ้มประตู คือจากประตูศาลา. ก็บทว่า พหิ เป็นบทแสดงที่ที่ฉุดให้ ออกไป. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า พหิ ทฺวารโกฏฺ€กา ความว่า ให้ออกไป จากภายนอกซุ้มประตู ไม่ใช่ให้ออกไปจากภายในซุ้มประตู อธิบายว่า กระทำให้อยู่ภายนอกวิหาร แม้โดยประการทั้งสอง ด้วยประการฉะนี้ บทว่า สุจิฆฏิกํ ทตฺวา ความว่า ใส่กลอนและลิ่มสลักไว้ข้างบน อธิบาย ว่า กั้นไว้ด้วยดี. ด้วยบทว่า ยาว พาหาคหณาปิ นาม นี้ ท่านแสดงว่า ก็เพราะได้ฟังพระดำรัสว่า อานนท์ บริษัทไม่บริสุทธิ์ ดังนี้ ก็เมื่อเป็น อย่างนั้น เธอพึงหลีกไปเสีย ครั้นไม่หลีกไปอย่างนั้น โมฆบุรุษนั้น จัก คอยอยู่จนถูกจับแขนฉุดออกไปดังนั้น ข้อนี้จึงน่าอัศจรรย์. พึงทราบว่า แม้ข้อนี้ ก็เป็นอัศจรรย์ที่น่าติเตียนทีเดียว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน