เล่มที่ 44

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อวฏฺ€าสิ แปลว่า ได้ตกไปแล้ว

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 354


เนื้อหา

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อวฏฺ€าสิ แปลว่า ได้ตกไปแล้ว. ถามว่า ก็ยักษ์นั้นตกนรก ด้วยทั้งอัตภาพยักษ์นั่นแหละหรือ ? ตอบว่า ไม่ตก. ก็ในที่นี้ เพราะพลังแห่งบาปกรรมซึ่งอำนวยผลในปัจจุบัน ยักษ์จึงเสวย ทุกข์มหันต์ในอัตภาพเป็นยักษ์. อนึ่ง เพราะอุปปัชชเวทนียกรรมอันเป็น อนันตริยกรรม ยักษ์จึงเกิดในนรกถัดจากจุติ แต่ร่างกายของพระเถระ ที่ถูกพลังแห่งสมาบัติสนับสนุน จึงไม่มีวิการอะไรเลย. ความจริง ยักษ์ ประหารท่าน ในเวลาที่ท่านยังไม่ออกจากสมาบัติ. ท่านพระมหาโมคคัล- ลานะเห็นยักษ์นั้น ประหารอยู่อย่างนั้น ด้วยทิพยจักษุ จึงเข้าไปหา พระธรรมเสนาบดี. และพร้อมกับเวลาที่เข้าไปหานั่นแหละ พระธรรม- เสนาบดีก็ออกจากสมาบัติ. ในลำดับนั้น พระมหาโมคคัลลานะ จึงถาม ถึงความดูแคลนนั้นกะท่านพระธรรมเสนาบดี. ฝ่ายพระธรรมเสนาบดี ก็ได้พยากรณ์แก่ท่าน. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าว่า ท่านพระมหา- โมคคัลลานะได้เห็นแล้วแล ฯ ล ฯ ก็แต่ว่าศีรษะของผมมีทุกข์นิด หน่อย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โถกํ ทุกฺขํ ความว่า ศีรษะของผม เป็นทุกข์ คือได้รับความทุกข์นิดหน่อย คือมีประมาณน้อยนิดคล้าย หยดเทียน จริงอยู่ ศีรษะอันเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ ท่านเรียกว่า มีทุกข์ บาลีว่า สีเส โถกํ ทุกฺขํ เป็นทุกข์นิดหน่อยที่ศีรษะ ดังนี้ก็มี. ถามว่า ก็เมื่อสรีระถูกพลังแห่งสมาบัติสนับสนุน ศีรษะของพระเถระเป็นทุกข์ น้อยหนึ่งอย่างไร ? ตอบว่า เพราะท่านออกจากสมาบัติไม่นานเลย. จริงอยู่ ทุกข์ไม่ปรากฏในภายในสมาบัติเหมือนยังเป็นต้น ปรากฏแก่ผู้หลับ ปรากฏ หน่อยหนึ่งแก่ผู้ตื่นขึ้น เพราะเนื่องด้วยกาย. เมื่อท่านพระมหาโมค- คัลลานะ. เกิดความคิดอัศรรย์ขึ้นว่า ขึ้นชื่อว่า ความวิการ ย่อมไม่มี แม้ในร่างกายที่ถูกยักษ์มีกำลังมากประหารเอาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดเช่นนั้น ประกาศความที่ท่านพระธรรมเสนาบดี มีอานุภาพมาก โดยนัยมีอาทิว่า น่าอัศจรรย์นะ สารีบุตร. ฝ่ายพระธรรมเสนาบดีก็แสดงความที่ตนละได้ เด็ดขาดซึ่งมลทินมีริษยาตระหนี่และอหังการเป็นต้น โดยการประกาศว่า ตนมีอิทธานุภาพมาก แก่พระมหาโมคคัลลานะนั้น โดยนัยมีอาทิว่า น่าอัศจรรย์นะ โมคคัลลานะ. บทว่า ปํสุปิสาจกมฺปิ น ปสฺสาม ความว่า พวกเรามองไม่เห็นแม้ซึ่งขุททกเปรตผู้เทียวไปตามสถานที่มีกองหยากเยื่อ เป็นต้น. ดังนั้น พระมหาเถระ ผู้เป็นยอดแห่งผู้ปรารถนามรรคผล จึงไฟกล่าวหมายถึงความไม่เห็นเปรตเหล่านั้น เพราะไม่ได้คำนึงถึงใน กาลนั้น. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล ท่านจึงกล่าว่า เอตรหิ ในบัดนี้. ก็ พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่พระเวฬุวัน ได้สดับการเจรจาปราศรัย นี้ ของพระอัครสาวกทั้งสอง ด้วยทิพยโสตญาณ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง กล่าวว่า อสฺโสสิ โข ภควา ดังนี้เป็นต้น. คำนั้น มีอรรถดังที่กล่าว ไว้แล้วนั่นแล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน