เล่มที่ 44
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมนสิการถึงขันธ์อันมีในก่อน ของท่านพระปิ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 272
เนื้อหา
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมนสิการถึงขันธ์อันมีในก่อน ของท่านพระปิลินทวัจฉะ แล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่ายกโทษวัจฉภิกษุเลย วัจฉภิกษุย่อมไม่มุ่งโทษ เรียกภิกษุ ทั้งหลายด้วยวาทะว่าคนถ่อย วัจฉภิกษุเกิดในสกุลพราหมณ์ ๕๐๐ ชาติ โดยไม่เจือปนเลย วาทะว่าคนถ่อยนั้นวัจฉภิกษุประพฤติมานาน เพราะ- ฉะนั้น วัจฉภิกษุนี้จึงร้องเรียกภิกษุทั้งหลายด้ายวาทะว่าคนถ่อย. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงทรง เปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า มายา มานะ ย่อมไม่เป็นไปในผู้ใด ผู้ใดมีความ โลภสิ้นไปแล้ว ไม่มีความยึดถือว่าเป็นของเรา ไม่มี ความหวัง ผู้ละความโกรธได้แล้ว มีจิตเย็นแล้ว ผู้นั้น ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ ผู้นั้น ชื่อว่าเป็นสมณะ ผู้นั้น ชื่อว่าเป็นภิกษุ. ปิลินทวัจฉสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้:- บทว่า ปิลินฺทวจฺโฉ ความว่า บทว่า ปิลินทะ เป็นชื่อของพระ- เถระ ชนทั้งหลายจำพระเถระได้ โดยโคตรว่า วัจฉะ. บทว่า วสลวาเทน สมุทาจรติ ความว่า พระเถระย่อมกล่าว ย่อมเรียกภิกษุทั้งหลายด้วยวาทะ ว่าคนถ่อย โดยนัยมีอาทิว่า มาเถอะ คนถ่อย หลีกไปเถอะ คนถ่อย. บทว่า สมฺพหุลา ภิกฺขู แปลว่า ภิกษุเป็นอันมาก. ภิกษุเหล่านั้นเห็น พระเถระร้องเรียกเช่นนั้น เมื่อไม่รู้ว่า พระเถระเป็นพระอรหันต์ กล่าว อย่างนั้นเพราะยังละวาสนาไม่ได้ จึงคิดว่า พระเถระนี้เห็นจะเป็นผู้มุ่งร้าย จึงร้องเรียกอย่างนี้ มีประสงค์จะพูดอวด จึงกราบทูลแด่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า เพื่อจะให้ออกจากความเป็นผู้มุ่งร้ายนั้น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง กล่าวว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านปิลินทวัจฉะ เรียกภิกษุทั้งหลายด้วย วาทะว่าคนถ่อย.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน