เล่มที่ 44

อนึ่ง พระโบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้ว่า การบัญญัติฌาน ๕ เหล่...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 263


เนื้อหา

อนึ่ง พระโบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้ว่า การบัญญัติฌาน ๕ เหล่านี้ว่าเป็นอาเนญชะ คือรูปาวจรจตุตถฌานเท่านั้นที่เป็นไปด้วยอำนาจ การเจริญการสำรอกรูป ๑ อรูปาวจรฌาน ๔ ที่เป็นไปโดยจำแนกตาม อารมณ์. บรรดาฌานเหล่านั้น อรหัตผลสมาบัติทำฌานอย่างใดอย่าง หนึ่งให้เป็นบาทแล้วจึงเข้า ชื่อว่าอาเนญชสมาธิ. บทว่า อภิกฺกนฺตาย แปลว่า ล่วงไปแล้ว. บทว่า นิกฺขนฺเต แปลว่า ผ่านไปแล้ว. อธิบายว่า ปราศไปแล้ว. บทว่า ตุณฺหี อโหสิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเป็นผู้นิ่งโดยดุษณีภาพอันประเสริฐ. บทว่า อุทฺธเสฺต อรุเณ แปลว่า เมื่ออรุณขึ้นไป. ชื่อว่าอรุณ ได้แก่ แสงสว่าง ที่ขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นทีเดียว ในปุรัตถิมทิศ. บทว่า นนฺทิมุขิยา ความว่า เมื่อราตรีเกิดแล้ว สว่างแล้ว เหมือนแสงอรุณที่เป็นประธาน ในการทำเหล่าสัตว์ผู้อาศัยแสงดวงอาทิตย์ให้ร่าเริง เพราะอรุณแห่งราตรี ขึ้นนั่นเอง. บทว่า ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺ€หิตฺวา ความว่า ออกจากอาเนญช- สมาธิ คือ จากผลสมาบัติ อันสัมปยุตด้วยอรหัตผลนั้น. ตามเวลาที่ กำหนด. บทว่า สเจ โข ตฺวํ อานนฺท ชาเนยฺยาสิ ความว่า ดูก่อน อานนท์ ถ้าท่านพึงรู้อย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุเหล่านั้น ยับยั้งอยู่ด้วยสุขอันเกิดแต่สมาบัติชื่อนี้ ตลอดกาลเพียงเท่านี้ไซร้. ด้วย บทว่า เอตฺตกมฺปิ เต นปฺปฏิภาเสยฺย พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรง แสดงว่า ความแจ่มแจ้งปรากฏแก่เธอ ๓ ครั้ง โดยนัยมีอาทิว่า ราตรี ผ่านไปแล้ว พระเจ้าข้า ดังนี้ ซึ่งหมายถึงการปราศรัยอันเป็นฝ่ายโลกีย์ แม้เพียงเท่านี้ก็ยังไม่ปรากฏแก่เธอ. ดูก่อนอานนท์ ก็เพราะเหตุที่เธอเป็น เสขบุคคล ไม่รู้สมาบัติวิหารธรรมอันเป็นของพระอเสขะ ฉะนั้น เธอจึง ถึงความขวนขวายที่จะให้เราทำการปราศรัยอันเป็นฝ่ายโลกีย์ แก่ภิกษุ เหล่านี้. แต่เราพร้อมด้วยภิกษุเหล่านี้ยับยั้งอยู่ตลอดราตรีทั้ง ๓ ยาม ด้วย การปราศรัยอันเป็นโลกุตระนั่นแล จึงตรัสว่า อหญฺจ อานนฺท อิมานิ จ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สพฺเพว อาเนญฺชสมาธินา นิสินฺนมฺหา ดูก่อนอานนท์ เรากับภิกษุ ๕๐๐ รูป ทั้งหมดนี้ นั่งด้วยอาเนญชสมาธิ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน