เล่มที่ 44

เอกปุตตสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า เอกปุตฺตโก แ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 162


เนื้อหา

เอกปุตตสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า เอกปุตฺตโก แปลว่า บุตรคนหนึ่ง ก็บุตรนั้นชื่อว่า เอก- ปุตตกะ เพราะอรรถว่าอันเขาอนุเคราะห์, ชื่อว่าปิยะ เพราะอรรถว่าอันเขา รักใคร่. ชื่อว่ามนาปะ เพราะอรรถว่าเป็นที่เจริญใจ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ปิยะ เพราะอรรถว่าน่าชม เพราะสมบูรณ์ด้วยความงามแห่งร่างกาย, ชื่อว่า มนาปะ เพราะเป็นผู้มีกัลยาณธรรม เพราะสมบูรณ์ด้วยศีลและอาจาระ. ชื่อว่า กาละ เพราะทำสัตว์ให้สิ้นไป ได้แก่ มรณะ. ชื่อว่า กาลังกตะ เพราะทำคือถึงกาละนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า กาลังกตะ เพราะกาละ คือมัจจุทำแล้วคือพินาศไปแล้ว ได้แก่ถึงความไม่เห็น อธิบายว่า ตาย. บทว่า สนฺพหุลา อุปาสภา ความว่า อุบาสกชาวเมืองสาวัตถีเป็น อันมาก ไปตามหลังอุบาสกผู้ที่ลูกตายจนถึงป่าช้า พร้อมด้วยความโศก ให้ทำฌาปนกิจศพแล้วก็กลับ ลงน้ำทั้งที่นุ่งห่มอยู่นั่นแหละ ดำหัว บีบผ้า ยังไม่ทันจะแห้งเลย นุ่งผืนหนึ่ง ทำเฉวียงบ่าผืนหนึ่ง ให้อุบาสกนั้นนำ หน้า คิดจะฟังธรรมอันเป็นเหตุบรรเทาความโศกในสำนักพระศาสดา จึง เข้าไปเฝ้าพระศาสดา. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า อลฺลเกสา มีผมชุ่มน้ำ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อลฺลวตฺถา แปลว่า มีผ้าชุ่มด้วยน้ำ. บทว่า ทิวา ทิวสฺส แปลว่า เป็นเวลากลางวัน อธิบายว่า เวลาเที่ยงวัน. เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย ทรงทราบตรัสถามก็มี ทรงทราบไม่ ตรัสถามก็มี. ทรงรู้เวลา ตรัสถาม ทรงรู้เวลาไม่ตรัสถามก็มี. เพราะ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบอยู่ทีเดียว เมื่อจะตรัสถามเพื่อตั้ง เรื่องขึ้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า กึ นุ โข ตุมฺเห อุปาสกา ดูก่อนอุบาสก ทั้งหลาย เพราะเหตุไรหนอ พวกท่าน ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน