เล่มที่ 44
บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบว่าพระพาหิยเถระ ปรินิ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 131
เนื้อหา
บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบว่าพระพาหิยเถระ ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ และว่าคติของพระขีณาสพทั้ง- หลายผู้ปรินิพพานแล้วเช่นนั้นอันคนจำนวนมากรู้ได้ยาก โดยอาการทั้ง- ปวง. บทว่า อิมํ อุทานํ ได้แก่ ทรงเปล่งอุทานอันแสดงอานุภาพแห่ง ปรินิพพานอันไม่ประดิษฐานอยู่แล้วนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยตฺถ ความว่า อาโปธาตุ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ และวาโธธาตุไม่หยั่งลงคือไม่ประดิษฐานอยู่ในนิพพานธาตุใด. เพราะเหตุไร ? เพราะพระนิพพานมีสภาวะเป็นอสังขตรรม. จริงอยู่ แม้สิ่ง เล็กน้อยแห่งสังขตธรรมก็ไม่มีในพระนิพพานนั้น. บทว่า สุกฺกา ความว่า ดาวพระเคราะห์และดาวนักษัตรอันได้ชื่อว่า สุกกะ เพราะมีรัศมีขาว ไม่ โชติช่วงคือไม่สว่างไสว. บทว่า อาทิจฺโจ นปฺปกาสติ ความว่า แม้ พระอาทิตย์อันสามารถแผ่แสงสว่างไปขณะเดียว ๓ ทวีป ก็ไม่แผดแสง ด้วยอำนาจรัศมี. บทว่า น ตตฺถ จนฺทิมา ภาติ ความว่า แม้เมื่อ พระอาทิตย์มีรัศมีแรงกล้า ฝ่ายพระจันทร์มีรัศมีเยือกเย็นน่าใคร่ ก็ไม่รุ่ง- โรจน์ เพราะกำจัดรัศมีอันสว่างของตน เหตุที่ไม่มีในพระนิพพานนั้น. พระองค์ตรัสว่า ตโม ตตฺถ น วิชฺชติ ความมืดไม่มีในพระนิพพาน นั้น ดังนี้ ทรงหมายเอาความสงสัยว่า ถ้าพระจันทร์และพระอาทิตย์ไม่มี ในพระนิพพานนั้นไซร้ พระนิพพานนั้นก็จะพึงมืดมิดทีเดียว ดุจโลกันต- นรก. จริงอยู่ เมื่อรูปมี ความมืดก็มี. บทว่า ยทา จ อตฺตนา เวทิ มุนิ โมเนน พฺราหฺมโณ ความว่า พราหมณ์ผู้เป็นพระอริยสาวก ซึ่ง ได้นามว่ามุนี เพราะประกอบด้วยมรรคญาณอันได้ชื่อว่าโมนะ เพราะรู้ สัจจะ ๔ และประกอบด้วยโมเนยยปฏิปทาทางกายเป็นต้น ละอาการมีการ ฟังตาม ๆ กันมาเป็นต้นด้วยตนคือตนเอง ในขณะอรหัตมรรค ในกาลใด คือในเวลาใดด้วยปฏิเวธญาณ กล่าวคือโมนะนั้นนั่นเองแหละรู้ คือรู้แจ้ง พระนิพพานกระทำให้ประจักษ์แก่ตน. ปาฐะว่า อเวทิ ดังนี้ก็มี. อธิบาย ว่าได้รู้ทั่วถึง. ศัพท์ว่า อถ ในคำว่า อถ รูปา อรูปา จ สุขทุกฺขา ปมุจฺจติ แปลว่า ภายหลังแต่การตรัสรู้พระนิพพานนั้น. บทว่า รูปา ได้แก่ รูป- ธรรม. ด้วยบทว่ารูปานั้น เป็นอันท่านถือเอาปัญจโวการภพและเอกโว- การภพ. บทว่า อรูปา ได้แก่อรูปธรรม. ด้วยบทว่าอรูปานั้น เป็นอันท่าน ถือเอาอรูปภพ เพราะไม่เจือปนกับรูปที่เรียกว่า จตุโวการภพก็มี. บทว่า สุขทุกฺขา ความว่า จากวัฏฏะแม้ที่มีทั้งสุขทั้งทุกข์อันเกิดขึ้นในที่ทุกแห่ง. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า รูปา ได้แก่ เพราะปฏิสนธิในรูปโลก. บทว่า อรูปา ได้แก่ เพราะปฏิสนธิในอรูปโลก. บทว่า สุขทุกฺขา ได้แก่เพราะปฏิสนธิ ในกามาวจรภูมิ. จริงอยู่ กามภพมีทั้งสุขและทุกข์เจือปนกัน. พราหมณ์นั้น ย่อมพ้นจากวัฏฏะแม้ทั้งสิ้นนั้นโดยสิ้นเชิงทีเดียว ด้วยประการฉะนี้แล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน