เล่มที่ 44
ทุติยโพธิสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 64
เนื้อหา
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึง ทรงเปล่งอุทานในเวลานั้นว่า ในกาลใดแล ธรรมทั้งหลายมาปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีเพียรเพ่งอยู่ ในกาลนั้น ความสงสัยทั้งปวงของ พราหมณ์นั้น ย่อมสิ้นไปเพราะได้รู้แจ้งความสิ้นไป แห่งปัจจัยทั้งหลาย. ทุติยโพธิสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้:- บทว่า ปฏิโลมํ ความว่า ปัจจยาการมีอวิชชาเป็นต้นที่กล่าวไว้โดย นัยมีอาทิว่า เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ ดังนี้ เมื่อดับด้วยการดับ โดยไม่เกิดขึ้น ท่านเรียกว่า ปฏิโลม เพราะไม่ทำกิจที่ตนควรกระทำ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ปฏิโลม เพราะย้อนความเป็นไป ก็เพราะไม่ได้กล่าวถึง ตั้งแต่ที่สุดหรือท่ามกลางจนถึงเบื้องต้น ในที่นี้ ความที่ปัจจยาการเป็น ปฏิโลม โดยความอื่นจากนี้จึงไม่ถูก. อนึ่ง บทว่า ปฏิโลม เป็นการ แสดงภาวนปุงสกลิงค์ เหมือนในประโยคว่า วิสมํ จนฺทิมสุริยา ปริวตฺตนฺติ พระจันทร์และพระอาทิตย์เวียนไปไม่สม่ำเสมอ. บทว่า อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ ความว่า เมื่อปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้ไม่มี คือถูกมรรคละเสีย แล้ว ผลมีสังขารเป็นต้นนี้ก็ไม่มี คือเป็นไปไม่ได้. บทว่า อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺเฌติ ความว่า เพราะปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้ดับ คือ เพราะ มรรคให้ถึงความเป็นธรรมชาติไม่เกิดขึ้นเป็นธรรม ผลมีสังขารเป็นต้นนี้ จึงดับ คือไม่เป็นไป. แม้ในข้อนี้พึงทราบว่า ท่านแสดงลักษณะที่กำหนด ลงในภายในมีอาทิว่า เมื่อปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้ไม่มี คือมีไม่ได้ เพราะ ปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้ ดับ คือไม่เกิด เหมือนอย่างที่ท่านแสดงลักษณะ ที่กำหนดลงในภายในมีอาทิว่า เมื่อปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้มี คือไม่มีก็ หามิได้ เพราะปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้ ยังเกิดขึ้น คือยังไม่ดับ เช่นใน คำนี้ว่า เมื่อปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้มี ผลมีสังขารเป็นต้นนี้ก็มี เพราะ ปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้นนี้เกิด ผลมีสังขารเป็นต้นนี้ก็เกิด. ในที่นี้ คำที่เหลือ ที่จะพึงกล่าว พึงทราบตามนัยที่กล่าวในอรรถกถาปฐมโพธิสูตร.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน