เล่มที่ 44
ก็ในที่นี้ แม้อุเบกขา ก็พึงทราบว่าสุขเหมือนกัน เพราะพระบาลีว...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 44
เนื้อหา
ก็ในที่นี้ แม้อุเบกขา ก็พึงทราบว่าสุขเหมือนกัน เพราะพระบาลีว่า ยายํ ภนฺเต อุเปกฺขา สนเต สุเข วุตตา ภควตา ท่านผู้เจริญ อุเบกขานี้ใด พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสไว้ ในเมื่อสุขมี. สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถา สัมโมหวิโนทนีว่า อุเปกฺขา ปน สนฺตตฺตา สุขมิจฺเจว ภาสิตา ก็อุเบกขา ท่านกล่าวว่าสุขเหมือนกัน เพรามีความสงบ. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาค- เจ้าทรงเข้าอรหัตสมาบัติอันประกอบด้วยณานที่ ๔ ไม่เข้าสมาบัติอื่น. อีกอย่างหนึ่ง ความเข้าไปสงบสังขารทุกข์. ท่านเรียกว่าสุข เหมือนใน ประโยค มีอาทิว่า เตสํ วูปสโม สุโข การเข้าไปสงบสังขารเป็นสุข ฉันใด เฉพาะปฏิปัสสัทธิวิมุตติที่ได้ในผลอันเลิศ (อรหัตผล) เพราะ เป็นความสงบกิเลสและทุกข์ทั้งสิ้น พึงทราบว่าสุขในที่นี้ ฉันนั้น. วิมุตติสุข นี้นั้นมี ๒ อย่าง โดยการจำแนกความเป็นไปของผลจิต คือ ในมรรควิถี ๑ ในกาลอื่น ๑. ผลจิต ๓ หรือ ๒ (ขณะ) ที่มีพระ- นิพพานเป็นอารมณ์ อันเป็นผลของวิมุตติสุขนั้น ๆ ย่อมเกิดขึ้นในลำดับ อริยมรรคแต่ละมรรค เพราะโลกุตรกุศลมีวิบากในลำดับ . ในคราวที่ อนุโลมจิต ๒ ดวงเกิดในชวนวารที่อริยมรรคเกิดขึ้น จิตดวงที่ ๓ จัดเป็น โคตรภูจิต ดวงที่ ๔ จัดเป็นมรรคจิต ต่อแต่นั้นไป เป็นผลจิต ๓ ดวง. แต่ในคราวที่อนุโลมจิตเกิดขึ้น ๓ ดวง จิตดวงที่ ๔ เป็นโคตรภูจิต ดวง ที่ ๕ เป็นมรรคจิต ต่อแต่นั้นไปเป็นผลจิต ๒ ดวง. จิตดวงที่ ๔ ที่ ๕ ย่อมเป็นไปด้วยอำนาจอัปปนา ด้วยประการฉะนี้ ต่อแต่นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะใกล้ต่อภวังคจิต. แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า แม้จิตดวงที่ ๖ ก็ เป็นอัปปนา. คำนั้นท่านค้านไว้ในอรรถกถาแล้ว. พึงทราบผลจิตใน มรรควิถีด้วยประการฉะนี้. แต่ผลจิตในกาลอื่น ย่อมเป็นไปด้วยผลสมาบัติ. และที่เกิดขึ้นแก่ท่านผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ ท่านสงเคราะห์ด้วยผลสมาบัติ นั้นเอง. ก็ผลสมาบัตินี้นั้นว่าโดยอรรถ เป็นวิบากแห่งโลกุตรกุศลจิต อันมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ พึงทราบว่าเป็นอัปปนา.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน