เล่มที่ 43

อกฺกกสํ วิญฺาปนึ คิรึ สจฺจํ อุทีรเย ยาย นาภิสเช กญฺจิ ตมหํ ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 384


เนื้อหา

อกฺกกสํ วิญฺาปนึ คิรึ สจฺจํ อุทีรเย ยาย นาภิสเช กญฺจิ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ. " ผู้ใด พึงกล่าวถ้อยคำอันไม่ระคายหู อันให้รู้ กันได้ เป็นคำจริง อันเป็นเหตุไม่ยังใคร ๆ ให้ขัดใจ, เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นพราหมณ์." บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกฺกฺกสํ ได้แก่ คำไม่หยาบ. บทว่า วิญฺาปนึ ได้แก่ ให้รู้เนื้อความกันได้. บทว่า สจฺจํ ได้แก่ เป็นเนื้อความอันจริง. บทว่า นาภิสเช เป็นต้น ความว่า บุคคลไม่พึงยังบุคคลอื่นให้ข้อง ใจด้วยอำนาจแห่งการให้เขาโกรธ ด้วยถ้อยคำอันใด, ธรรมดาพระขีณาสพ พึงกล่าวถ้อยคำเห็นปานนั้นนั่นแล; เหตุนั้น เราจึงเรียกผู้นั้นว่า เป็น พราหมณ์. ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดา- ปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล. ๒๖. เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง [๒๘๙] พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุรูปใด รูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " โยธ ทีฆํ " เป็นต้น. พระขีณาสพถือเอาของคนอื่นด้วยบังสุกุลสัญญา ได้ยินว่า พราหมณ์มิจฉาที่ทิฏฐิคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี เปลื้องผ้า สาฎกสำหรับห่ม วางไว้ ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง เพราะกลัวถูกกลิ่นตัวจับ นั่งผินหน้าออกมาข้างนอกประตูเรือน. ลำดับนั้น พระขีณาสพรูปหนึ่งทำภัตกิจแล้ว กำลังเดินไปสู่วิหาร เห็นผ้าสาฎกนั้นแล้ว เหลียวดูข้างโน้นและข้างนี้ เมื่อไม่เห็นใครๆ จึงคิด ว่า " ผ้าสาฎกนี้หาเจ้าของมิได้ " แล้วอธิษฐานเป็นผ้าบังสุกุล ถือเอาแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน