เล่มที่ 43
ริตทั้งหลายมีกายทุจริตเป็นต้น อันเธอทั้งหลาย ไม่ควรทำ" ดังนี...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 349
เนื้อหา
เราเองเป็นอุปัชฌายะของพระนาง, ชื่อว่าความรังเกียจในพระขีณาสพ ทั้งหลาย ผู้เว้นแล้วจากทุจริตทั้งหลายมีกายทุจริตเป็นต้น อันเธอทั้งหลาย ไม่ควรทำ" ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า:- ยสฺส กาเยน วาจาย มนสา นตฺถิ ทุกฺกตํ สํวุตํ ตีหิ าเนหิ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ. " ความชั่วทางกาย วาจา และใจ ของบุคคลใด ไม่มี, เราเรียกบุคคลนั้น ผู้สำรวมแล้วโดยฐานะ ๓ ว่า เป็นพราหมณ์." กรรมมีโทษ คือมีทุกข์เป็นกำไร อันยังสัตว์ให้เป็นไปในอบาย ชื่อว่า ทุกฺกตํ ในพระคาถานั้น. สองบทว่า ตีหิ าเนหิ ความว่า เราเรียกบุคคลผู้มีทวารอันปิด แล้ว เพื่อต้องการห้ามความเข้าไปแห่งทุจริตเป็นต้น โดยเหตุ ๓ มีกาย เป็นต้นเหล่านั้นว่า เป็นพราหมณ์. ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดา- ปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล. เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมี จบ. ๙. เรื่องพระสารีบุตรเถระ [๒๗๒] พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระสารีบุตร- เถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " ยมฺหา ธมฺมํ วิชาเนยฺยํ " เป็นต้น. พระสารีบุตรเคารพในพระอัสสชิผู้อาจารย์ ได้ยินว่า ท่านพระสารีบุตรนั้น จำเดิมแต่กาลที่ท่านฟังธรรมใน สำนักของพระอัสสชิเถระแล้วบรรลุโสดาปัตติผล สดับว่า " พระเถระ ย่อมอยู่ในทิศใด" ก็ประคองอัญชลีไปทางทิศนั้น นอนหันศีรษะไปทาง ทิศนั้นแล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน