เล่มที่ 43
ลำดับนั้น มนุษย์ทั้งหลายผู้ยืนอยู่ในทิศาภาคนั้น ๆ แม้เงือดเง...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 226
เนื้อหา
ลำดับนั้น มนุษย์ทั้งหลายผู้ยืนอยู่ในทิศาภาคนั้น ๆ แม้เงือดเงื้อ เครื่องประหารทั้งหลายมีดาบ หอก และโตมร ๑ เป็นต้นแก่เขา เห็นเขา มิได้สะดุ้งเลย ต่างพูดว่า " ผู้เจริญทั้งหลาย พวกท่านจงดูบุรุษคนนี้เถิด, เขาไม่หวั่นไหว ไม่สะทกสะท้านในท่ามกลางแห่งบุรุษผู้มีอาวุธในมือ แม้ หลายร้อยคน, โอ ! น่าอัศจรรย์จริง" ดังนี้แล้วเกิดมีความอัศจรรย์และ ประหลาดใจ บันลือลั่นสนั่น (ไป) กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระราชา. พระราชาทรงสดับเหตุนั้นแล้ว ตรัสว่า " พวกท่านจงปล่อยเขา เสียเถิด" ดังนี้แล้ว เสด็จไปแม้ยังสำนักพระศาสดา กราบทูลเนื้อความ นั้นแล้ว. พระศาสดา ทรงเปล่งพระโอภาสไปแล้ว เมื่อจะทรงแสดงธรรม แก่เข่า จึงตรัสพระคาถานี้ว่า:- โย นิพฺพนฏฺโ วนาธิมุตฺโต วนมุตฺโต วนเมว ธาวติ ตํ ปุคฺคลเมว ปสฺสถ มุตฺโต พนฺธนเมว ธาวติ. " บุคคลใด มีอาลัยดุจหมู่ไม้อันตั้งอยู่ในป่าออก แล้ว น้อมไปในป่า (คือตปธรรม) พ้นจากป่าแล้ว ยังแล่นไปสู่ป่าตามเดิม, ท่านทั้งหลายจงดูบุคคลนั้น นั่นแล; เขาพ้นแล้ว (จากเครื่องผูก) ยังแล่นไปสู่ เครื่องผูกตามเดิม." ๑. โตมร หอกซัด. เนื้อความแห่งพระคาถานั้นว่า " บุคคลใด ชื่อว่ามีอาลัยดุจหมู่ไม้ อันตั้งอยู่ในป่าออกแล้ว เพราะความที่ตนละทิ้งหมู่ไม้อันตั้งอยู่ในป่า กล่าวคืออาลัยในความเป็นคฤหัสถ์แล้วบวช น้อมไปในป่าคือตปะ กล่าว คือวิหารธรรม เป็นผู้พ้นจากป่าคือตัณหา ซึ่งจัดเป็นเครื่องผูกคือการ ครองเรือนแล้ว ยังแล่นไปหาป่าคือตัณหานั่นแหละ อันเป็นเครื่องผูกคือ การครองเรือนนั้นอีก, ท่านทั้งหลายจงดูบุคคลนั้นอย่างนั้น; บุคคลนั่น พ้นจากเครื่องผูกคือการครองเรือนแล้ว ยังแล่นไปสู่เครื่องผูกคือการ ครองเรือนอีกทีเดียว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน