เล่มที่ 43

ลา ไม่รู้โดยปกติ ไม่ชื่อว่าเป็นมุนี เพราะความเป็นผู้นิ่ง, ส่...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 65


เนื้อหา

น โมเนน มุนิ โหติ มูฬฺหรูโป อวิทฺทสุ โย จ ตุลํว ปคฺคยฺห วรมาทาย ปณฺฑิโต ปาปานิ ปริวชฺเชติ ส มุนิ เตน โส มุนิ โย มุนาติ อุโภ โลเก มุนิ เตน ปวุจฺจติ. " บุคคลเขลา ไม่รู้โดยปกติ ไม่ชื่อว่าเป็นมุนี เพราะความเป็นผู้นิ่ง, ส่วนผู้ใดเป็นบัณฑิตถือธรรม อันประเสริฐ ดุจบุคคลประคองตาชั่ง เว้นบาป ทั้งหลาย, ผู้นั้นเป็นมุนี, ผู้นั้นเป็นมุนี เพราะเหตุ นั้น; ผู้ใดรู้อรรถทั้งสองในโลก, ผู้นั้นเรากล่าวว่า ' เป็นมุนี ' เพราะเหตุนั้น." บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น โมเนน ความว่า ก็บุคคลชื่อว่าเป็น มุนี เพราะโมนะคือมรรคญาณ ๑ กล่าวคือข้อปฏิบัติเครื่องเป็นมุนี ก็จริงแล, ถึงอย่างนั้น ในพระคาถานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า โมเนน หมายเอา ความเป็นผู้นิ่ง. บทว่า มุฬฺหรูโป คือ เป็นผู้เปล่า. บทว่า อวิทฺทสุ คือ ไม่รู้โดยปกติ. อธิบายว่า " ก็บุคคลเห็นปาน นั้น แม้เป็นผู้นิ่ง ก็ไม่ชื่อว่าเป็นมุนี; อีกอย่างหนึ่ง ไม่ชื่อว่าโมไนยมุนี, แต่เป็นผู้เปล่าเป็นสภาพ และไม่รู้โดยปกติ. บาทพระคาถาว่า โย จ ตุลํ ว ปคฺคยฺห ความว่า เหมือนอย่าง คนยืนถือตาชั่งอยู่, ถ้าของมากเกินไป, ก็นำออกเสีย, ถ้าของน้อย, ก็ เพิ่มเข้า ฉันใด; ผู้ใดนำออก ชื่อว่าเว้นบาป ดุจคนเอาของที่มากเกินไป ออก. บำเพ็ญกุศลอยู่ดุจคนเพิ่มของอันน้อยเข้า ฉันนั้นเหมือนกัน; ก็แล เมื่อทำอย่างนั้น ชื่อว่าถือธรรมอันประเสริฐ คือสูงสุดทีเดียว กล่าวคือศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ เว้นบาป คือกรรมที่เป็นอกุศล ทั้งหลาย. สองบทว่า ส มุนิ ความว่า ผู้นั้นชื่อว่าเป็นมุนี. หลายบทว่า เตน โส มุนิ ความว่า หากมีคำถามสอดเข้ามาว่า " ก็เพราะเหตุไร ผู้ นั้นจึงชื่อว่าเป็นมุนี ?" ต้องแก้ว่า " ผู้นั้นเป็นมุนี เพราะเหตุที่กล่าว แล้วในหนหลัง." บาทพระคาถาว่า โย มุนาติ อุโภ โลเก ความว่า บุคคลผู้ใดรู้ อรรถทั้งสองนี้ ในโลกมีขันธ์เป็นต้นนี้ โดยนัยเป็นต้นว่า "ขันธ์เหล่านี้ เป็นภายใน, ขันธ์เหล่านี้เป็นภายนอก" ดุจบุคคลยกตาชั่งขึ้นชั่งอยู่ ฉะนั้น. หลายบทว่า มุนิ เตน ปวุจฺจติ ความว่า ผู้นั้น พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสเรียกว่า ' เป็นมุนี ' เพราะเหตุนั้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน