เล่มที่ 40

ถ้าบุคคลได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน มีปัญญา ทรงจำ มีคุณธรรมเป็น...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 67


เนื้อหา

ถ้าบุคคลได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน มีปัญญา ทรงจำ มีคุณธรรมเป็นเครื่องอยู่ยังประโยชน์ให้ สำเร็จ ไว้เป็นผู้เที่ยวไปด้วยกันไซร้, (บุคคลผู้ได้ สหายเห็นปานนั้น ) ควรมีใจยินดี มีสติ ครอบงำ อันตราย ซึ่งคอยเบียดเบียนรอบข้าง ทั้งปวงเสีย แล้ว เที่ยวไปกับสหายนั้น, ถ้าบุคคลไม่ได้สหาย ผู้มีปัญญารักษาตน มีปัญญาทรงจำ มีคุณธรรม เป็นเครื่องอยู่ยังประโยชน์ให้สำเร็จไว้ เป็นผู้เที่ยว ไปด้วยกันไซร้, บุคคลนั้นควรเที่ยวไปคนเดียว เหมือนพระราชาผู้ละแว่นแคว้นที่พระองค์ทรงชำนะ แล้ว เสด็จอยู่แต่องค์เดียว, (และ) เหมือนพระ- ยาช้างอันชื่อว่ามาตังคะเที่ยวอยู่ในป่าแต่เชือกเดียว, การเที่ยวไปผู้เดียวประเสริฐกว่า ความเป็นสหาย ไม่มีในเพราะชนพาล, บุคคลผู้ไม่ได้สหายเห็น ปานนั้น ควรมีความขวนขวายน้อย เที่ยวไปผู้ เดียว และไม่ควรทำบาปทั้งหลาย, เหมือนพระยา ช้างชื่อมาตังคะผู้มีความขวนขวายน้อย เที่ยวไปใน ป่าแต่เชือกเดียว และหาได้ทำบาปไม่." ในกาลจบคาถา ภิกษุเหล่านั้นทั้ง ๕๐๐ รูป ตั้งอยู่ในพระอรหัต แล้ว. พระอานนทเถระกราบทูลสาสน์ที่ตระกูลใหญ่ ๆ มีท่านเศรษฐี อนาถบิณฑิกะเป็นต้นส่งมาแล้ว กราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อริยสาวก ๕ โกฏิ มีท่านเศรษฐีอนาถบิณฑิกะเป็นหัวหน้า หวังความ เสด็จมาของพระองค์อยู่." พระศาสดาตรัสว่า "ถ้าอย่างนั้นเธอจงรับ บาตรจีวร" ดังนี้แล้ว ให้พระเถระรับบาตรจีวรแล้ว เสด็จออกไป. พระยาช้างได้ไปยืนขวางทางไว้. ภิกษุทั้งหลายเห็นดังนั้น ทูลถาม พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระยาช้างทำอะไร ?" พระศาสดาตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ช้างหวังจะถวายภิกขาแก่เธอทั้งหลาย, ก็แลช้างนี้ได้ทำอุปการะแก่เราตลอดราตรีนาน, การยังจิตของช้างนี้ให้ ขัดเคืองไม่ควร. ภิกษุทั้งหลาย ขอเธอทั้งหลายกลับเถิด." พระศาสดา ทรงพาภิกษุทั้งหลายเสด็จกลับแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน