เล่มที่ 40

ฝ่ายพราหมณ์ทำฌาปนกิจสรีระมาณพนั้นแล้ว ได้มีแต่การร้องให้ เป็...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 33


เนื้อหา

ฝ่ายพราหมณ์ทำฌาปนกิจสรีระมาณพนั้นแล้ว ได้มีแต่การร้องให้ เป็นเบื้องหน้า, ไปที่ป่าช้า ทุกวัน ๆ ร้องให้พลางบ่นพลางว่า "เจ้าลูก คนเดียวของพ่ออยู่ที่ไหน ? เจ้าลูกคนเดียวของพ่ออยู่ที่ไหน ?" (แม้) เทพบุตรแลดูสมบัติของตนแล้ว คิดว่า "สมบัตินี้เราได้ ด้วยกรรมอะไร ?" เมื่อพิจารณาไปก็รู้ว่า "ได้ด้วยใจที่เลื่อมใสใน พระศาสดา" ดังนี้แล้ว จึงคิดต่อไปว่า "พราหมณ์ผู้นี้ ในกาลเมื่อเรา ไม่สบาย หาได้ให้หมอประกอบยาไม่ เดี๋ยวนี้สิ ไปป่าช้าร้องให้อยู่, ควรที่เราจะทำแกให้ถึงประการอันแปลก" ดังนี้แล้วจึงจำแลงตัวเหมือน มัฏฐกุณฑลีมาณพ มาแล้ว ได้กอดแขนยืนร้องไห้อยู่ ในที่ไม่ไกลป่าช้า. พราหมณ์เห็นเขาแล้ว จึงคิดว่า "เราร้องไห้เพราะโศกถึงบุตร ก่อน, ก็มาณพนั่น ร้องไห้ต้องการอะไรเล่า ? เราจะถามเขาดู" ดังนี้ แล้ว เมื่อจะถาม ได้กล่าวคาถานี้ว่า "ท่านตกแต่งแล้ว เหมือนมัฏฐกุณฑลี มีภาระ คือระเบียบดอกไม้ มีตัวฟุ้งด้วยจันทน์เหลือง, กอดแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ในกลางป่าช้า, ท่านเป็นทุกข์อะไรหรือ ?" มาณพกล่าวว่า "เรือนรถ ทำด้วยทองคำ ผุดผ่อง เกิดขึ้นแล้ว แก่ข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าหาคู่ล้อของมันยังไม่ได้ ข้าพเจ้าจักยอมเสียชีวิต เพราะความทุกข์นั้น." ทีนั้น พราหมณ์ได้พูดกะเขาว่า "พ่อมาณพผู้เจริญ คู่ล้อของมันนั้น จะทำ ด้วยทองคำก็ตาม ทำด้วยแก้วก็ตาม ทำด้วย โลหะก็ตาม ทำด้วยเงินก็ตาม ท่านจงบอ ข้าพเจ้าเถิด, ข้าพเจ้าจะรับประกันให้ท่านได้ คู่ล้อ (ของมัน)." มาณพได้ฟังคำนั้น คิดว่า " พราหมณ์ผู้นี้ ไม่ทำยาให้แก่บุตร แล้ว ครั้นมาเห็นเรารูปร่างคล้ายบุตร ร้องไห้อยู่ ยังพูดว่า 'เราจะ ทำล้อรถซึ่งทำด้วยทองคำเป็นต้นให้, ช่างเถิด เราจักแกล้งแกเล่น" ดังนี้แล้ว จึงกล่าวว่า "ท่านจะทำคู่ล้อให้แก่ข้าพเจ้าโตเท่าไร ?" เมื่อ พราหมณ์นั้นกล่าวว่า "ท่านจะต้อการโตเท่าไรเล่า ? จึงบอกว่า "ข้าพเจ้าต้องการด้วยพระจันทร์ และพระ- อาทิตย์ทั้งสองดวง ท่านอันข้าพเจ้าขอแล้ว โปรดให้พระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสองนั้น แก่ข้าพเจ้าเถิด." มาณพนั้นกล่าวซ้ำแก่เขา "พระจันทร์และพระอาทิตย์ ส่องแสงเป็น คู่กัน ในวิถีทั้งสอง รถของข้าพเจ้าทำด้วย ทองคำ ย่อมงามสมกับคู่ล้ออันนั้น." ลำดับนั้น พราหมณ์พูดกับเขาว่า "พ่อมาณพ ท่านผู้ปรารถนาของที่ไม่ควร ปรารถนา เป็นคนเขลาแท้ ๆ, ข้าพเจ้าเข้าใจ ว่า ท่านจักตายเสียเปล่า จักไม่ได้พระจันทร์ และพระอาทิตย์ทั้งสองเลย." ลำดับนั้น มาณพจึงพูดกะพราหมณ์นั้นว่า "ก็บุคคลผู้ร้องไห้ เพื่อต้องการสิ่งซึ่งปรากฏอยู่ เป็นคนเขลา หรือว่าบุคคลผู้ร้องไห้เพื่อ ต้องการสิ่งซึ่งไม่ปรากฏอยู่ เป็นคนเขลาเล่า ?" ดังนี้แล้ว จึงกล่าว เป็นคาถา "แม้ความไปและความมา ของพระจันทร์ และพระอาทิตย์ก็ปรากฏอยู่ ธาตุคือวรรณะแห่ง พระจันทร์และพระอาทิตย์ ก็ปรากฏอยู่ในวิถี ทั้งสอง (ส่วน) ชนที่ทำกาละ ละไปแล้ว ใครก็ไม่แลเห็น, บรรดาเราทั้งสอง ผู้คร่ำครวญ อยู่ในที่นี้ ใครจะเป็นคนเขลากว่ากัน."


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน