เล่มที่ 39

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงนิพพานสมบัติที่พึงได้ด้วยปัญญ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 234


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงนิพพานสมบัติที่พึงได้ด้วยปัญญานุ- ภาพ และที่พึงบรรลุโดยความเป็นพระอริยบุคคลมีเป็นสัทธานุสารีเป็นต้น ด้วย คาถานี้ อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อทรงแสดงนิพพานนั้น และอุบายแห่งนิพพาน นั้น โดยความเป็นผู้ชำนาญในวิชชา ๓ และอุภโตภาควิมุตติ จึงตรัสคาถานี้ว่า ความที่บุคคลถ้าอาศัยมิตตสัมปทาประกอบความ เพียรโดยอุบายแยบคาย เป็นผู้ชำนาญ ในวิชชาและ วิมุตติ อิฐผลทั้งหมดนั้น อันบุคคลย่อมได้ ด้วยบุญ นิธินี้. พรรณนาบทของคาถานั้น มีดังนี้ว่า ชื่อว่า สัมปทาเพราะเป็นเครื่อง สำเร็จผล คือถึงความเจริญแห่งคุณสัมปทา คือมิตร ชื่อว่ามิตรสัมปทา. ซึ่ง มิตรสัมปทานั้น. บทว่า อาคมฺม แปลว่า อาศัย. บทว่า โยนิโส ได้แก่ โดยอุบาย. บทว่า ปยุญฺชโต ได้แก่ ทำความขยันประกอบ. ชื่อว่า วิชชา เพราะเป็นเครื่องรู้แจ้ง. ชื่อว่า วิมุตติ เพราะเป็นเครื่องหลุดพ้น หรือหลุดพ้น เอง. ทั้งวิชชาทั้งวิมุตติ ชื่อว่า วิชชาและวิมุตติ. ความเป็นผู้ชำนาญ ในวิชชา และวิมุตติชื่อว่า วิชชาวิมุตติวสีภาวะ. ส่วนการพรรณนาความ มีดังต่อไปนี้ ความที่บุคคลอาศัยมิตรสัมปทา คืออาศัยพระศาสดาหรือสพรหมจารีผู้ เป็นที่ดังแห่งความเคารพท่านใดท่านหนึ่ง รับโอวาทและอนุศาสนีจากท่านแล้ว ประกอบโดยอุบายแยบคาย ด้วยการปฏิบัติตามที่ท่านสอน เป็นผู้ชำนาญ ใน วิชชา ๓ มีบุพเพนิวาสญาณเป็นต้น และในวิมุตติที่ต่างโดยสมาบัติ ๘ และ พระนิพพาน ที่มาอย่างนี้ว่า ในธรรมเหล่านั้น วิมุตติคืออะไร คือความ หลุดพ้นอันยิ่งแห่งจิตและนิพพาน โดยอรรถว่า ไม่ชักช้าโดยประการนั้น ๆ นี้ใด ผลที่ตรัสเป็นส่วนที่ แม้นี้ พึงทราบว่าอิฐผลทั้งหมดนั้นอัน บุคคล ย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน