เล่มที่ 39
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสถึงขุมทรัพย์ ที่แม้บุคคลฝังไว้แล...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 222
เนื้อหา
คาถานั้นมีความว่า สมัยใด บุญที่ทำโภคสมบัติให้สำเร็จ สิ้นไป ก็จะ ทำสิ่งที่มิใช่บุญ ที่เป็นไปเพื่อความเสื่อมแห่งโภคสมบัติ มีโอกาสตั้งอยู่ สมัย นั้น ธนชาตใดมีเงินและทองเป็นต้น ซึ่งผู้ฝังขุมทรัพย์ฝังไว้แล้ว ธนชาตนั้น ทั้งหมด ก็พินาศหมดสิ้นไป. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสถึงขุมทรัพย์ ที่แม้บุคคลฝังไว้แล้วด้วย ความประสงค์นั้น ๆ แต่ก็ไม่สำเร็จประโยชน์ตามที่ประสงค์ ถึงโลกสมมตก็ต้อง มีอันพินาศไปเป็นธรรมดา บัดนี้เพื่อทรงแสดงบุญสัมปทาเท่านั้นว่า เป็นขุม ทรัพย์โดยปรมัตถ์ เมื่อทรงแสดงนิธิกัณฑสูตรนี้ ที่ทรงเริ่มเพื่ออนุโมทนาแก่ กุฎุมพีนั้น จึงตรัสว่า ขุมพรัพย์ ของใด จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ ตาม ชื่อว่าผังไว้ดีแล้ว ก็ด้วยทาน ศีล สัญญมะ และ ทมะ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทานํ พึงถือเอาตามนัยที่กล่าวไว้แล้วใน มงคลข้อที่ว่า ทานญฺจ ธมฺมจริยา นั้น. บทว่า สีลํ ได้แก่ การไม่ล่วง ละเมิดทางกายและวาจา คือ ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ และปาฏิโมกข์สังวรศีล เป็นต้น. ศีลทุกอย่างท่านประสงค์ว่าศีลในที่นี้. บทว่า สัญฺญโม ได้แก่ ความสำรวม ท่านอธิบายว่า การห้ามใจไปในอารมณ์ต่าง ๆ คำนี้ เป็นชื่อของ สมาธิ ที่บุคคลประกอบแล้ว ท่านเรียกว่าผู้สำรวมสูงสุด ในบาลีนี้ว่า หตฺถ- สญฺโต ปาทสญฺโต วาจาสญฺโต สญฺตุตฺตโม ผู้สำรวมมือ สำรวม เท้า สำรวมวาจา ชื่อว่าผู้สำรวมสูงสุด. อาจารย์อีกพวกกล่าวว่าความสำรวม ท่าน อธิบายว่า ความระวัง ความสังวร คำนี้ เป็นชื่อของอินทรีย์สังวร. ความฝึกฝน ชื่อว่า ทมะ ท่านอธิบายว่า การระงับกิเลส คำนี้เป็นชื่อของปัญญา. จริงอยู่ ปัญญาในบาลีบางแห่งเรียกว่า ปัญญา ในประโยคเป็นต้นอย่างนี้ว่า สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺํ ผู้ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา บางแห่งท่านเรียกว่า ธรรมะ ใน ประโยคเป็นต้นอย่างนี้ว่า สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บางแห่งท่านเรียกว่า ทมะ ในประโยคเป็นต้นอย่างนี้ว่า ยทิ สจฺจา ทมา จาคา ขนฺตยาภิยฺโย น วิชฺชติ ผิว่า ธรรมยิ่งกว่าสัจจะ ทมะ จาคะ ขันติ ไม่มีไซร้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน