เล่มที่ 39

ก็เพราะเหตุที่บรรดาบทเหล่านั้น บทเหล่านั้นว่า เวรมณีสิกฺขาปท...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 20


เนื้อหา

ก็เพราะเหตุที่บรรดาบทเหล่านั้น บทเหล่านั้นว่า เวรมณีสิกฺขาปทํ สมาทิยามิ เป็นบททั่วไปทั้งหมด ฉะนั้น พึงทราบการชี้แจงบทเหล่านั้นทั่ว ไป ทั้งโดยพยัญชนะ ทั้งโดยอรรถะดังต่อไปนี้. ในบทเหล่านั้น พึงทราบโดยพยัญชนะก่อน ชื่อว่า เวรมณี เพราะ เว้นเวร อธิบายว่า ละบรรเทาเวร คือทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มี. อีกนัย หนึ่ง บุคคลย่อมเว้นจากเวร ด้วยเจตนาตัวการเท่านั้น เหตุนั้น เจตนานั้น จึงชื่อว่า เวรมณี เพราะเอาวิอักษรเป็น เวอักษร. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล ในคำนี้ พุทธบริษัทจึงสวดกันเป็น ๒ อย่างว่า เวรมณีสิกขาปทํ วิรมณีสิกขาปทํ . ชื่อว่า สิกขา เพราะอันบุคคลพึงศึกษา. ชื่อว่า บท เพราะเป็นเครื่องถึง บทแห่งสิกขา, บทแห่งสิกขา ชื่อว่า สิกขาบท อธิบายว่าอุบายเป็นเครื่อง ถึงสิกขา. อีกอย่างหนึ่ง ท่านอธิบายว่า เป็นมูล เป็นที่อาศัย เป็นที่ตั้ง. สิกขาบท คือเจตนาเครื่องงดเว้น ชื่อว่า เวรมณีสิกขาบท หรือ วิรมณีสิกขาบท ตามนัยที่สอง. ข้าพเจ้ายึดถือโดยชอบ ชื่อว่า สมาทิยามิ ท่านอธิบายว่าข้าพเจ้า ยึดถือโดยประสงค์จะไม่ล่วงละเมิด เพราะเป็นผู้กระทำสิกขาบทไม่ให้เป็นท่อน ไม่ให้ขาด ไม่ให้ด่างพร้อย. แต่เมื่อว่าโดยอรรถะ บทว่า เวรมณี ได้แก่ วิรัติ เจตนางดเว้น ประกอบด้วยจิตอันเป็นกามาวจรกุศล. วิรัตินั้น ของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณา- ติบาต ท่านกล่าวไว้ในวิภังค์ โดยนัยเป็นต้นอย่างนี้ว่า เจตนางด เจตนางดเว้น เว้นขาด งดเว้น ไม่ทำ ไม่กระทำ ไม่ล่วง ไม่ละเมิดขอบเขต การชักสะพาน เสียด้วยอริยมรรค ชื่อว่า เสตุ จากปาณาติบาต ในสมัยนั้น อันใด. ธรรมดาว่า เวรมณีนั้น แม้เป็นโลกุตระมีอยู่ก็จริง ถึงอย่างนั้นในที่นี้ ก็ควรเป็นเวรมณี ที่เป็นไปโดยการสมาทาน เพราะผู้สมาทานกล่าวว่า สมาทิยามิ เพราะฉะนั้น เวรมณีที่เป็นโลกุตระนั้น จึงไม่มี ข้าพเจ้ากล่าวว่าวิรัติ เจตนางดเว้น ประกอบ ด้วยจิตอันเป็นกามาวจรกุศล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน