เล่มที่ 38

จบอรรถกถาอากังขสูตรที่ ๑ ๒

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 189


เนื้อหา

บทว่า อรติรติสโห ได้แก่ เป็นผู้อดทน ครอบงำ ท่วมทับ ความ ไม่ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ และความยินดีในกามคุณทั้งหลาย. ในบทว่า ภยเภรวสโห นี้ ความสะดุ้งจิตก็ดี อารมณ์ก็ดี ชื่อว่า ภัย อารมณ์ อย่างเดียว ชื่อ เภรวะ. จบอรรถกถาอากังขสูตรที่ ๑ ๒. กัณฏกสูตร ว่าด้วยธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ ๑๐ ประการ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี พร้อมด้วยพระเถระผู้เป็นสาวกซึ่งมี ชื่อเสียงหลายรูป คือท่านพระปาละ ท่านพระอุปปาละ ท่านพระกักกฏะ ท่านพระกฬิมกะ ท่านพระนิกฏะ ท่านพระกฏิสสหะ และพร้อมด้วยพระ- เถระผู้เป็นสาวกซึ่งมีชื่อเสียงเหล่าอื่น ก็สมัยนั้นแล พวกเจ้าลิจฉวีมีชื่อเสียง เป็นอันมาก ขึ้นยานชั้นดีมีเสียงอื้ออึงต่อกันเข้าไปยังป่ามหาวันเพื่อเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้งนั้นแล ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า เจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากเหล่านี้แล ขึ้นยานชั้นดีมีเสียงอื้ออึง ต่อกันเข้ามายังป่ามหาวันเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็พระผู้มีพระภาค- เจ้าตรัสฌานว่า มีเสียงเป็นปฏิปักษ์ ไฉนหนอ เราทั้งหลายพึงเข้าไปยัง โคสิงคสาลทายวัน ณ ที่นั้น เราทั้งหลายพึงเป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อน กล่น อยู่ให้ผาสุก ครั้งนั้นแล ท่านผู้มีอายุเหล่านั้น เข้าไปยังโคสิงคสาล- ทายวัน ณ ที่นั้น ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นเป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อนกล่น อยู่เป็นผาสุก ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปาลภิกษุไปไหน อุปปาลภิกษุ กักกฏภิกษุ กฬิมภ- ภิกษุ นิกฏภิกา กฏิสสหภิกษุไปไหน พระเถระผู้เป็นสาวกเหล่านั้นไป ไหน ภิกษุทั้งหลายกรามทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระ- วโรกาส ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นคิดว่า เจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก เหล่านี้แล ขึ้นยานชั้นดีมีเสียงอื้ออึงต่อกันเข้ามายังป่ามหาวัน เพื่อเฝ้าพระ- ผู้มีพระภาคเจ้า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสฌานว่า มีเสียงเป็นปฏิปักษ์ ไฉนหนอ เราทั้งหลายพึงเข้าไปยังโคสิงคสาลทายวัน ในที่นั้น พวกเรา พึงเป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อนกล่น อยู่เป็นผาสุก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นเข้าไปยังโคสิงคสาลทายวัน ในที่นั้นท่านเหล่านั้นเป็น เป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อนกล่น อยู่เป็นผาสุก พระเจ้าข้า พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลา ดีละ ดีละ จริงดังที่มหาสาวก เหล่านั้น เมื่อพยากรณ์โดยชอบ พึงพยากรณ์ดังนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวฌานว่ามีเสียงเป็นปฏิปักษ์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิปักษ์ ๑๐ ประ- การนี้ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่ คณะเป็นปฏิปักษ์ต่อความเป็นผู้ยินดีในที่สงัด ๑ การประกอบสุภนิมิต เป็น ปฏิปักษ์ต่อผู้ประกอบอสุภนิมิต ๑ การดูมหรสที่เป็นข้าศึก เป็นปฏิปักษ์ ต่อผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ การติดต่อกับมาตุคาม เป็น ปฏิปักษ์ต่อพรหมจรรย์ ๑ เสียงเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน ๑ วิตกวิจาร เป็นปฏิปักษ์ต่อทุติยฌาน ๑ ปีติเป็นปฏิปักษ์ต่อตติยฌาน ๑ ลมอัสสาส- ปัสสาสะเป็นปฏิปักษ์ต่อจตุตถฌาน ๑ สัญญาและเป็นปฏิปักษ์ต่อ สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ๑ ราคะเป็นปฏิปักษ์ โทสะเป็นปฎิปักษ์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีปฎิปักษ์อยู่เถิด ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย พระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นผู้ไม่มีปฎิปักษ์ พระอรหันต์ทั้งหลาย ไม่มีปฎิปักษ์ เป็นผู้หมดปฎิปักษ์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน