เล่มที่ 38
ในวาระที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยดังนี้
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 188
เนื้อหา
ในวาระที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยดังนี้. คำว่า เยสาหํ ตัดบทว่า เยสํ อหํ. บทว่า เตสนฺเต การา ความว่า ขอสักการะ คือ ปัจจยทาน ที่เหล่าเทวดาหรือมนุษย์ทำให้เราเหล่านั้น จงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก เหตุนั้น สักการะเหล่านั้น ชื่อว่ามีผลมาก ก็โดยผลที่เป็นโลกิยสุข ชื่อว่า มีอานิสงส์มาก ก็โดยผลที่เป็นโลกุตรสุข. อีกนัยหนึ่ง คำทั้งสอง นี้ ก็มีใจความอย่างเดียวกันนั่นเอง. ภิกษุทัพพีหนึ่งก็ดี บรรณศาลา ที่เขาสร้างบนเนื้อที่เพียง ๔ ศอกก็ดี ที่เขาถวายแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วย คุณมีศีลเป็นต้น ย่อมป้องกันจากทุคติวินิบาติได้หลายพันกัป ยังจะเป็น ปัจจัยแก่อมตธาตุ คือพระนิพพานในที่สุดด้วย. ก็คำมีว่า ขีโรทนํ อหมทาสึ เป็นต้น เป็นเรื่องตัวอย่างในคำนี้. หรือทั้งเปรตวัตถุ เรื่องเปรต ทั้งวิมานวัตถุ เรื่องวิมาน เป็นเครื่องสาธกได้ทั้งสิ้น. ในวาระที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังนี้. บทว่า เปตา ได้แก่ ผู้ไปสู่ ภพมัจจุราช. บทว่า าติ ได้แก่ ฝ่ายพ่อผัวแม่ผัว. บทว่า สาโลหิตา ได้แก่ เนื่องด้วยสายเลือดเดียวกัน มีปู่เป็นต้น. บทว่า กาลกตา ได้แก่ ตาย. บทว่า เตสนฺตํ ได้แก่ จิตที่เลื่อมใสในเรานั้น หรือความระลึก ถึงด้วยทั้งจิตที่เลื่อมในนั้นของญาติสาโลหิตเหล่านั้น. จริงอยู่ บิดาหรือ มารดาของภิกษุใด ทำกาละมีจิตเลื่อมในว่า พระเถระญาติของพวกเรา เป็นผู้มีศีลมีกัลยาณธรรม ระลึกถึงภิกษุนั้น ความเลื่อมใสแห่งจิตนั้นก็ดี เพียงความระลึกถึงนั้นก็ดี ของบุคคลนั้นย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ทั้งนั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน